…ช่วงนี้ หลายคนคงจะเครียดกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นแบบฉุกไม่อยู่ ส่งผลกระทบโดยรวมถึงเศรษฐกิจ และเงินในกระเป๋าที่หดหายไป การเดินทางจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อการเติบน้ำมัน นั่นเอง หลายคนไม่อยากขับรถออกจากบ้าน ถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ การแก้ปัญหาที่จะทำให้การเดินทางน้อยลง ก็คือ การเลือกที่จะอยู่ในเมือง โครงการคอนโดมิเนียม จึงเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะคอนโดฯที่อยู่ใกล้ทางรถไฟฟ้า จะขายดีชนิดราคาแพงแค่ไหนก็จะซื้อ
ฉบับนี้ ผมเลยหยิบเรื่องของคอนโดฯมาพูดถึง เผื่อใครที่กำลังจะคิดซื้อคอนโดฯ สักห้องจะได้มีหลักเกณฑ์เอาไปใช้ในการเลือกคอนโด ที่มีฮวงจุ้ยที่ดี ให้พิจารณาตามนี้ครับ
1. พิจารณาที่ตัวคอนโดฯ ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีหรือไม่ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า พิจารณาแค่ห้องที่เราจะซื้อเท่านั้น อย่าลืมว่า ห้องที่เราเลือกเป็นส่วนหนึ่งของคอนโดฯทั้งหลัง ถ้าคอนโดฯทั้งหลังมีฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว ห้องที่อยู่ภายในทั้งหมดก็จะได้รับผลดีไปด้วย แต่ถ้าคอนโดฯฮวงจุ้ยเสีย ต่อให้เลือกตำแหน่งห้องที่ดีที่สุดของคอนโดฯก็ยังได้รับผลเสียอยู่ดี คอนโดฯที่ได้ชื่อว่า ฮวงจุ้ยดี จะต้องเข้าข่าย ดังต่อไปนี้
| 1. |
คอนโดฯ อยู่ใกล้แหล่งชุมชน ไม่อยู่โดดเดียวหลังเดียว
|
| 2. | เส้นทางเข้าสู่คอนโดฯ ต้องไม่อยู่ห่างจากถนนใหญ่มากเกินไป |
| 3. | คอนโดฯ ต้องไม่แวดล้อมด้วยอาคารที่สูงกว่า |
| คอนโดฯ ที่แวดล้อมไปด้วยตึกที่อยู่สูงกว่า ถือเป็นคอนโดฯ ที่ฮวงจุ้ยไม่ดี |
2. การหาตำแหน่งห้องที่ดี จะต้องพิจารณาด้านทั้งสี่ของอาคารเป็นหลัก คำถามที่ผมมักเจออยู่บ่อย ๆ ก็เห็นจะเป็น “จะเลือกห้องไหนถึงจะดี” หลักในการเลือกจะต้องดูด้านทั้ง 4 ของคอนโดฯ ดูว่าด้านไหนดีที่สุดก็เลือกด้านนั้น ด้านที่ดีส่วนใหญ่จะเป็นที่โล่ง ไม่มีอาคารอื่นปิดบังห้อง มีสวน สระน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือทัศนียภาพที่สวยงาม
3. ดูทิศทางเพื่อเลือกตำแหน่งห้อง การหาตำแหน่งห้องที่ดีการดูทิศถือว่าสำคัญมาก การจะเลือกห้องอยู่ทางทิศไหนนั้น มีหลักให้พิจารณาง่าย ๆ ดังนี้
| ด้านเหนือ อับลม | ด้านตะวันออก รับแสงตอนเช้า |
| ด้านใต้ รับลม | ด้านตะวันตก รับแสงตอนบ่าย |
| อาคารที่อยู่ทางด้าน C,D ถือเป็นด้านที่ดี เพราะอยู่ทางทิศตะวันออกกับทิศใต้ ซึ่งได้ประโยชน์ในเรื่องของแดดและลม ส่วนด้าน A,B ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือ ห้องจะ ร้อนและอับลม |
จะเห็นได้ว่า ด้านใต้กับตะวันออกจะเป็นด้านที่ดี เพราะได้ประโยชน์จากลมและแสงแดด อย่าลืมว่าคอนโดฯ โดยทั่วไปไม่เหมือนกับบ้านเป็นหลัง เป็นเพียงห้องห้องหนึ่ง มีช่องทางเข้าสู่ห้องเพียงด้านเดียว (ระเบียง) ความสมดุลย์ในเรื่องของลมและแสงจะไม่สมดุลย์อยู่แล้ว
หลัก 3ข้อที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงปัจจัยเบื้องต้นในการสังเกตลักษณะภายนอกของคอนโด ลองเอาไปพิจารณากันดูนะครับ…
Popularity: 24%
“ห้ามวางทีวีไว้ปลายเตียง จะส่งผลร้ายต่อผู้นอนได้”
นี่เป็นคำกล่าวของซินแสฮวงจุ้ยบางคน ที่สร้างความกังวลไม่น้อยให้กับผู้คนจำนวนมาก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกือบจะทุกบ้าน ห้องนอนมักจะมีทีวีอยู่ในห้องแทบทั้งสิ้น และตำแหน่งของทีวีก็มักจะวางปลายเตียงเสียด้วย เพราะนอนดูง่ายที่สุด
ความจริงในตำราไม่ได้ระบุเอาไว้เฉพาะทีวีอย่างเดียว แต่จะรวมเอาเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดด้วย แต่ทีวีดูจะมีผลที่เห็นชัดกว่าเครื่องไฟฟ้าอย่างอื่น เพราะทีวีมีหน้าจอที่ส่งคลื่นไฟฟ้าสถิตออกมา เมื่อวางตรงกับผู้นอนคลื่นไฟฟ้าก็จะไหลเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เจ้าคลื่นไฟฟ้าที่ว่านี้จะเข้าไปสะสมในร่างกายทำลายความสมดุลของขั้วบวกลบในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
แต่การจะเอาทีวีออกไปจากห้องนอนก็อาจจะขัดใจหลาย ๆ คน การตกแต่งอาจจะช่วยได้ เช่น การทำเฟอร์นิเจอร์ลักษณะตู้ที่มีช่องหน้าต่างที่เปิดปิดได้ เวลาดูทีวีจบก็ปิดช่องหน้าต่างคลื่นไฟฟ้าก็ไม่สามารถวิ่งมาถึงผู้นอนได้ หรือถ้าง่ายกว่านั้นอาจใช้ผ้าคลุมหน้าจอทีวีเอาไว้ก็ได้ แต่ถ้าจะเป็นการแก้ปัญหาจากต้นตอ ก็ใช้วิธีดึงปลั๊กทีวีออกเสียเลย ไฟฟ้าก็ไม่มีแล้ว
ยิ่งในปัจจุบัน มีทีวีจอบางพวก LCD ที่สามารถติดกับผนังห้องนอนได้ การวางตำแหน่งทีวีให้สูงกว่าการนอน คลื่นไฟฟ้าที่วิ่งออกมาจากหน้าจอเป็นแนวตรง ก็จะไม่โดนคนที่นอน ก็เป็นการหลีกเลี่ยงได้อีกวิธีหนึ่ง ตำแหน่งทีวีที่ดีถ้าจะเอามาไว้ในห้องนอน ก็คือ ตำแหน่งมุมห้องวางในลักษณะเฉียงกับห้องหรือวางด้านข้างเตียงก็ยังดีกว่าวางที่ปลายเตียง เพราะการวางลักษณะนี้คลื่นไฟฟ้าไม่สามารถเข้าร่างกายได้เต็มที่ จะเข้าได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
แต่คงต้องบอกกันก่อนว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการเอาทีวีไว้ปลายเตียง จะต้องเป็นทีวีที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น หรือตำแหน่งการวางทีวีอยู่ใกล้เตียงมากเกินไป ถ้าทีวีขนาดเล็กและอยู่ห่างจากเตียงมาก ผลกระทบในเรื่องแทบไม่มีเลย
ถ้าจะให้ผลดีกว่านั้น ผู้นอนควรออกกำลังกายทุกวัน เพราะการออกกำลังกาย ร่างกายจะมีการเคลื่อนไหวทำให้สลัดคลื่นไฟฟ้าสถิติที่อยู่ในร่างกายออกไปได้ ไม่มีการสะสม เพราะฉะนั้นใครที่อยากวางทีวีไว้ปลายเตียง ก็คงต้องฟิตร่างกายกันหน่อย นอกจากจะทำให้สุขภาพดีขึ้นแล้ว ยังได้วางทีวีในห้องนอนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดฮวงจุ้ยอีกด้วย…
Popularity: 26%
..ทำเลที่ถือว่าเป็นเลิศและเป็นมงคลในทางฮวงจุ้ยมีอยู่หลายลักษณะด้วยกัน ลักษณะหนึ่ง ก็คือ ทำเลที่เรียกว่า “ท้องมังกร” เป็นชัยภูมิที่ถือว่าหายากและเป็นที่ปรารถนาของหลาย ๆ คน คำว่า ท้องมังกร ให้ความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่กักเก็บของพลังมังกรที่นำความรุ่งเรืองและโชคลาภให้กับสถานที่นั้น
บ้านที่สร้างบนที่ดินท้องมังกร จะได้รับประโยชน์จากกระแสชี่ที่ดี เพราะลักษณะของท้องมังกรจะมีรูปทรงคล้ายตัวยู บ้านจะได้รับกระแสชี่ ถึง 3 ด้าน ถ้าบริเวณนั้นเป็นจุดในการทำการค้าจะได้ประโยชน์อย่างมาก
สมัยก่อนการเลือกที่ดินที่มีลักษณะท้องมังกร จะเน้นไปที่ทำเลเพื่อการเพาะปลูกมากกว่าการอยู่อาศัย เพราะทำเลท้องมังกรจะเป็นจุดที่ทำให้ดินบริเวณนั้น มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด ทำเลที่เป็นคุ้งน้ำคดเคี้ยวทำให้กระแสน้ำไหลช้า น้ำจะพัดพาเอาปุ๋ยจากธรรมชาติมาสะสมบริเวณนี้ นอกจากนี้ลักษณะที่เป็นโค้งโอบอุ้ม น้ำยังทำให้ดินบริเวณนั้นชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาการเพาะปลูกบนดินที่ดีย่อมให้ผลผลิตที่ดีตามไปด้วย
ที่ดินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับกลายเป็นทำเลที่เสีย เพราะน้ำที่ไหลเข้าโค้งจะทำลายหน้าดินบริเวณนั้นไปจนหมด บ้านที่ปลูกบนที่ดินบริเวณนี้ ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่าจะพบกับความวิบัติ มีแต่เรื่องเสียหายโดยเฉพาะเรื่องของโชคลาภ เพราะถูกกระแสน้ำเฉือนเอาไป นั่นเอง
บ้านที่อยู่บนที่ดินท้องมังกร จะได้ประโยชน์จากกระแสชี่ถึง 3 ด้าน
ประโยชน์ของการสร้างบ้านบนที่ดินท้องมังกร ก็จะเป็นเรื่องของการเข้าออกบ้านได้หลายทาง โดยเฉพาะบ้านที่หลายหลังบนที่ดินเดียวกัน สามารถแยกทางเข้าบ้านได้หลายทางไม่จำเป็นต้องเข้าทางเดียวกัน ซึ่งจะเหมาะกับที่ดินที่มีขนาดใหญ่
ที่ดินท้องมังกรที่มีขนาดเล็กอาจไม่เหมาะกับการสร้างบ้าน เพราะบ้านจะมีถนนโอบถึง 3 ด้าน ทำให้ควบคุมดูแลทรัพย์สินภายในบ้านได้ยาก เป็นช่องทางให้โจรขโมยเข้าบ้านได้ง่าย แต่ถ้าทำเป็นร้านค้าจะถือว่าเหมาะมาก เพราะสามารถรับลูกค้าได้ถึง 3 ด้าน
ประโยชน์ของบ้านที่สร้างบนที่ดินท้องมังกร จะมีเส้นทางเข้าออกไปหลายทาง
บ้านที่อยู่ทำเลที่เป็นซอยตัน หรือบ้านที่อยู่บนถนนที่เป็นเส้นตรง จะได้ประโยชน์จากกระแสชี่ที่ไหลเข้าสู่ตัวบ้านเพียงด้านเดียว ถ้าเป็นบ้านที่อยู่หัวมุมก็จะรับกระแสได้ 2 ด้าน แต่ทำเลท้องมังกรจะได้ถึง 3 ด้าน นี่แหละครับถึงเรียกว่าทำเลที่เป็นเลิศ เป็นชัยภูมิที่เป็นมงคลและให้ประโยชน์สูงสุดในทางฮวงจุ้ย…
Popularity: 40%
โดย มาโนช ประภาษานนท์
“ร้อน..ร้อน..ร้อน” ช่วงนี้ คงได้ยินเสียงบ่นจากหลายๆคนแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว แต่ถ้าลองสังเกตกันดูดี ๆ ช่วงหลัง ๆ มานี่ ความร้อนรู้สึกว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี คนที่เคยชินกับความร้อนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ยังชักจะเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ” หลักฮวงจุ้ยสอนว่า บ้านที่ดีอยู่แล้วสบายจะต้องเป็นบ้านที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ความหมายของคำว่า “ธรรมชาติ” ภาพที่นึกถึงก็คือ สภาพที่เป็นป่าเขาลำเนาไพร มีธารน้ำไหลริน ให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย ลักษณะธรรมชาติแบบนี้ไม่มีสิทธิ์หาได้ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยบ้านที่แออัดสร้างติด ๆ กัน ประเภทหลังบ้านชนหลังบ้าน เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมของธรรมชาติขึ้นมาเองภายในบ้าน ปัจจุบันการตกแต่ง การจัดสวนภายในบ้าน จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมาก เพราะคนเราเริ่มตระหนักแล้วว่า ธรรมชาติมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต หลังจากที่ธรรมชาติถูกทำลายไปจนเกือบจะเยียวยาไม่ได้อยู่แล้ว
“แต่งบ้านอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับหลักของธรรมชาติล่ะ”
ถ้าจะพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ และเห็นภาพ ก็คือ แต่งบ้านให้เป็นรีสอร์ทไงครับ เคยสังเกตกันไหมครับว่า เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปพักที่รีสอร์ทสวย ๆ เราจะรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ได้เห็นสวนสวย ๆ น้ำพุน้ำตก หรือสระน้ำกว้าง ๆ ให้ความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
“การทำบ้านให้เป็นรีสอร์ท คนในบ้านจะได้พักผ่อนได้ทุกวันใช่ไหมครับ”
ใช่แล้ว นั่นเป็นคอนเซ็ปท์ ในการแต่งบ้านล่ะ องค์ประกอบในการแต่งบ้านให้เป็นรีสอร์ทนั้น จะมีหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของบ้าน รูปแบบของสวน แต่ถ้ามองกันที่ภาพรวม บ้านที่เป็นรีสอร์ทได้นั้น ก็คือ บ้านที่แวดล้อมไปด้วยสวน นั่นเอง
เมืองไทยเป็นเมืองร้อน การแต่งบ้านจึงเน้นไปที่ความเย็น การจัดสภาพแวดล้อมแบบรีสอร์ท ถือเป็นการตอบโจทย์นี้ได้อย่างตรงจุด สิ่งที่จะเอื้อประโยชน์ที่จะทำให้บ้านเย็น จะมีอยู่ 3 ปัจจัยใหญ่ๆ คือ ลม น้ำ และต้นไม้
ลม ทำให้อากาศมีการไหลเวียน ไล่กลิ่นอับที่อยู่ในบ้าน นอกจากนี้ยังนำอากาศบริสุทธิ์ (ออกซิเจน) จากต้นไม้ที่อยู่ใกล้มาให้คนรอบข้างอีกด้วย บ้านที่ดีจึงควรอยู่ทางทิศใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทางลมใหญ่ บ้านนั้นจะได้รับลมเต็มที่
น้ำ ให้ความเย็นสดชื่น น้ำที่เคลื่อนไหวจะให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวา เบิกบานใจ เมื่อได้มองเห็น เสียงน้ำให้ความเพลิดเพลิน และผ่อนคลาย ยามได้ยิน การจัดวางตำแหน่งของน้ำ จึงควรวางในมุมที่คนในบ้านมองเห็นได้ง่าย เช่น บริเวณหน้าบ้าน ประตูทางเข้า ถ้าเป็นน้ำขนาดใหญ่ เช่น สระน้ำ บ่อน้ำ ควรหลีกเลี่ยงทางทิศตะวันตก เพราะแสงอาทิตย์จะสะท้อนน้ำรบกวนคนในบ้านได้ ควรวางทางทิศเหนือ หรือใต้ ซึ่งเป็นทิศทางลมจะดีกว่า แต่ถ้าเป็นน้ำขนาดเล็กอย่าง น้ำพุ น้ำตก ไหน้ำล้น สามารถเลือกวางได้ทุกจุดในบ้าน
ต้นไม้ ให้ร่มเงาและปกป้องมลภาวะจากเสียง ฝุ่นละออง และฝน นอกจากนี้ยังให้ออกซิเจนที่บริสุทธิ์ ทำให้อากาศบริเวณนั้นดีกว่าบริเวณทีไม่มีต้นไม้ ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่ ควรเลือกปลูกทางทิศตะวันออก - ตะวันตก เพื่อปกป้องแสงแดดในช่วงเช้าและบ่าย ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ปิดทางลม (เหนือ-ใต้)
เพราะฉะนั้น องค์ประกอบในการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นรีสอร์ท จึงต้องมีทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ส่วนการจัดจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของบ้านเป็นสำคัญ ประโยชน์ของการทำบ้านให้เป็นรีสอร์ท นอกจากจะให้ผลดีกับคนในบ้านแล้ว บ้านที่อยู่รายล้อมก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย ความสวยงามของสวน ความร่มรื่นของต้นไม้ ใครอยู่ใกล้ก็ให้ความรู้สึกดีทั้งนั้น
ลองนึกภาพกันดูว่า ถ้าบ้านทุกหลังเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอะไรมากหรอกครับ เอาแค่ปลูกต้นไม้คนละต้นสองต้นในบ้านของตัวเอง แค่นี้ก็สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับสถานที่นั้นแล้ว แถมยังช่วยลดภาวะโลกร้อนให้น้อยลงได้อีกด้วย…
Popularity: 39%
…ช่วงนี้รู้สึกว่าจะมีการต่อเติมบ้านกันมาก เพราะกำลังปลอดฝน ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนยังไม่กล้าซื้อบ้านใหม่อาศัยการต่อเติมบ้านไปก่อน เป็นการเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่า แถมยังได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นอีกด้วย ฉบับนี้ผมเลยหยิบเรื่องการต่อเติมบ้านมาพูดถึงอีกครั้ง แต่จะพูดในมุมของการใช้
หลัก “เสือขาว-มังกรเขียว” ในการต่อเติมบ้าน โดยเฉพาะการต่อเติมด้านข้างของบ้านออกไปไม่ว่าข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง องครักษ์ซ้าย-ขวา ถือเป็นตำแหน่งที่ละเลยไม่ได้เชียวนะครับ กฎเกณฑ์เรื่องเสือขาว-มังกรเขียวมีมากมายทั้งภายนอกและภายในบ้าน เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในทางฮวงจุ้ย อย่าลืมว่า ตำแหน่งมังกรแทนความหมายของ “ผู้ชาย” เสือขาวแทนตำแหน่ง ”ผู้หญิง” บ้านนี้ใครใหญ่ก็ต้องดูที่ 2 ตำแหน่งนี้แหละ การต่อเติมด้านข้างของบ้าน แน่นอนย่อมมีผลกระทบต่อบทบาทของผู้หญิงผู้ชายในบ้านไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งในด้านดีและไม่ดี
“ตำแหน่งเสือขาว – มังกรเขียว อยู่ตรงไหน..?”
หลายคนมักจะถามผมอยู่บ่อย ๆ เพราะสับสนทุกทีว่า วิธีพิจารณาให้ยืนมองเข้าไปในบ้าน หรือยืนมองออกนอกบ้านกันแน่ หลักในการพิจารณาตำแหน่งเสือขาว-มังกรเขียวนั้น ให้ยืนในบ้านแล้วมองออกไปหน้าบ้าน ด้านซ้ายมือของเราคือตำแหน่งมังกรเขียว ส่วนด้านขวามือก็ต้องเป็นตำแหน่งเสือขาว แค่นี้เองครับไม่ยุ่งยากเลย คิดว่าบ้านเป็นตัวเราก็แล้วกัน มือซ้ายคือมังกร มือขวาคือเสือ บ้านหันหน้าออกถนนเสมอ จำไว้แค่นี้พอ ยกเว้นกรณีที่ตัวบ้านหันข้างให้ถนน การพิจารณาเสือขาว-มังกรเขียว จะต้องเอาประตูหน้าบ้านเป็นหลัก ยืนหันหน้าไปที่ประตู ซ้ายคือมังกร ขวาคือเสือ คงไม่สับสนอีกนะครับ
การต่อเติมด้านข้างที่ดีและเหมาะสมลงตัวในทางฮวงจุ้ย จะต้องยึดหลักความสมดุลเป็นสำคัญ เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนกับตาชั่ง การถ่วงน้ำหนักทั้งสองข้างจะต้องเท่ากันถึงจะดี การขยายตัวบ้านออกไปด้านข้างจะต้องคำนึงถึงจุดนี้ก่อน ถ้าขยายไปทางด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา หรือขยายด้านขวามากกว่าด้านซ้ายความสมดุลของบ้านก็จะเสียไป
ถ้ามีการต่อเติมด้านซ้าย (มังกรเขียว)ของบ้านมากกว่าหรือใหญ่กว่าด้านขวา ในทางฮวงจุ้ยบอกว่า ผู้ชายในบ้านจะเป็นใหญ่ แต่ถ้าไปต่อเติมทางด้านขวา (เสือขาว)ให้ใหญ่กว่าผู้หญิงในบ้านก็จะเป็นใหญ่ คำว่า “มากกว่า” หรือ “ใหญ่กว่า” จะหมายรวมถึงเรื่องความสูงกว่ายาวกว่าไปด้วยนะครับ บ้านที่ออกแบบให้มี 3 มุขโดยที่ตรงกลางเป็นประธาน มีมุขซ้ายขวา 2 ข้างเป็นบริวาร มักจะนิยมทำมุขด้านซ้าย ให้สูงกว่ามุขด้านขวา เพราะถือว่าตำแหน่งมังกรใหญ่กว่าเสือขาว นั่นเอง
ต่อเติมด้านเสือขาวใหญ่กว้างกว่าด้านมังกรเขียว ทำให้บ้านเสียสมดุลไป
เสือขาว-มังกรเขียว สมดุล เป็นลักษณะการต่อเติมด้านข้างที่ถูกต้อง
เสือขาวสูงกว่ามังกรเขียว ผิดลักษณะฮวงจุ้ยเช่นเดียวกัน
ด้านเสือขาวยาวกว่าด้านมังกรเขียว ผู้หญิงบ้านนี้เป็นใหญ่
อีกจุดหนึ่งที่จะต้องพิจารณาในการต่อเติมด้านข้างก็คือ การต่อในลักษณะที่ไม่เต็มพื้นที่ เช่น ต่อเพียงครึ่งเดียวของตัวบ้าน อีกครึ่งหนึ่งจะเหลือที่ว่าง บ้านจะเกิดมุมเว้าแหว่งขึ้น ถ้าเว้าทางด้านซ้าย (มังกร)ก็จะกระทบผู้ชาย ถ้าเว้าทางด้านขวา (เสือ) ก็จะกระทบผู้หญิง
ด้านมังกรเขียวขาด ส่งผลกระทบต่อผู้ชายในบ้าน
การต่อเติมด้านข้างของบ้าน จุดสำคัญจริง ๆ ก็คือ พิจารณาตำแหน่งเสือขาว-มังกรเขียว นี่แหละครับ …
Popularity: 45%
