…ช่วงนี้ หลายคนคงจะเครียดกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นแบบฉุกไม่อยู่ ส่งผลกระทบโดยรวมถึงเศรษฐกิจ และเงินในกระเป๋าที่หดหายไป การเดินทางจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อการเติบน้ำมัน นั่นเอง หลายคนไม่อยากขับรถออกจากบ้าน ถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ การแก้ปัญหาที่จะทำให้การเดินทางน้อยลง ก็คือ การเลือกที่จะอยู่ในเมือง โครงการคอนโดมิเนียม จึงเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะคอนโดฯที่อยู่ใกล้ทางรถไฟฟ้า จะขายดีชนิดราคาแพงแค่ไหนก็จะซื้อ
ฉบับนี้ ผมเลยหยิบเรื่องของคอนโดฯมาพูดถึง เผื่อใครที่กำลังจะคิดซื้อคอนโดฯ สักห้องจะได้มีหลักเกณฑ์เอาไปใช้ในการเลือกคอนโด ที่มีฮวงจุ้ยที่ดี ให้พิจารณาตามนี้ครับ
1. พิจารณาที่ตัวคอนโดฯ ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีหรือไม่ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า พิจารณาแค่ห้องที่เราจะซื้อเท่านั้น อย่าลืมว่า ห้องที่เราเลือกเป็นส่วนหนึ่งของคอนโดฯทั้งหลัง ถ้าคอนโดฯทั้งหลังมีฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว ห้องที่อยู่ภายในทั้งหมดก็จะได้รับผลดีไปด้วย แต่ถ้าคอนโดฯฮวงจุ้ยเสีย ต่อให้เลือกตำแหน่งห้องที่ดีที่สุดของคอนโดฯก็ยังได้รับผลเสียอยู่ดี คอนโดฯที่ได้ชื่อว่า ฮวงจุ้ยดี จะต้องเข้าข่าย ดังต่อไปนี้
| 1. |
คอนโดฯ อยู่ใกล้แหล่งชุมชน ไม่อยู่โดดเดียวหลังเดียว
|
| 2. | เส้นทางเข้าสู่คอนโดฯ ต้องไม่อยู่ห่างจากถนนใหญ่มากเกินไป |
| 3. | คอนโดฯ ต้องไม่แวดล้อมด้วยอาคารที่สูงกว่า |
| คอนโดฯ ที่แวดล้อมไปด้วยตึกที่อยู่สูงกว่า ถือเป็นคอนโดฯ ที่ฮวงจุ้ยไม่ดี |
2. การหาตำแหน่งห้องที่ดี จะต้องพิจารณาด้านทั้งสี่ของอาคารเป็นหลัก คำถามที่ผมมักเจออยู่บ่อย ๆ ก็เห็นจะเป็น “จะเลือกห้องไหนถึงจะดี” หลักในการเลือกจะต้องดูด้านทั้ง 4 ของคอนโดฯ ดูว่าด้านไหนดีที่สุดก็เลือกด้านนั้น ด้านที่ดีส่วนใหญ่จะเป็นที่โล่ง ไม่มีอาคารอื่นปิดบังห้อง มีสวน สระน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือทัศนียภาพที่สวยงาม
3. ดูทิศทางเพื่อเลือกตำแหน่งห้อง การหาตำแหน่งห้องที่ดีการดูทิศถือว่าสำคัญมาก การจะเลือกห้องอยู่ทางทิศไหนนั้น มีหลักให้พิจารณาง่าย ๆ ดังนี้
| ด้านเหนือ อับลม | ด้านตะวันออก รับแสงตอนเช้า |
| ด้านใต้ รับลม | ด้านตะวันตก รับแสงตอนบ่าย |
| อาคารที่อยู่ทางด้าน C,D ถือเป็นด้านที่ดี เพราะอยู่ทางทิศตะวันออกกับทิศใต้ ซึ่งได้ประโยชน์ในเรื่องของแดดและลม ส่วนด้าน A,B ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือ ห้องจะ ร้อนและอับลม |
จะเห็นได้ว่า ด้านใต้กับตะวันออกจะเป็นด้านที่ดี เพราะได้ประโยชน์จากลมและแสงแดด อย่าลืมว่าคอนโดฯ โดยทั่วไปไม่เหมือนกับบ้านเป็นหลัง เป็นเพียงห้องห้องหนึ่ง มีช่องทางเข้าสู่ห้องเพียงด้านเดียว (ระเบียง) ความสมดุลย์ในเรื่องของลมและแสงจะไม่สมดุลย์อยู่แล้ว
หลัก 3ข้อที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงปัจจัยเบื้องต้นในการสังเกตลักษณะภายนอกของคอนโด ลองเอาไปพิจารณากันดูนะครับ…
Popularity: 24%
รองศาสตราจารย์เอกชาติ จันอุไรรัตน์
..ในยุคที่เทคโนโลยีติดต่อสื่อสื่อสารเจริญก้าวหน้าในชั่วพริบตา ขณะที่สภาวะแวดล้อมของมลพิษในท้องถนนภายนอกที่เต็มไปด้วยผู้คนสัญจรแออัดทั้งเช้า กลางวัน เย็น ราคาน้ำมันขึ้นให้เห็นรายวันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กระทั่งการเสียเวลาและโอกาสในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฝนตกรถติดที่เลอะเทอะเฉอะแฉะ นักธุรกิจทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่หลายท่านจึงหันมาใช้สถานที่ที่บ้านปรับปรุงต่อเติมเป็นที่ทำงานในปริมาณสูงขึ้นเท่าตัว จนเกิดกระแสโฮมออฟฟิศที่มีการปรับปรุงบ้านให้เป็นสถานที่ทำงาน ขณะเดียวกันสำนักงานเองก็มีความพยายามตกแต่งสร้างสรรค์บรรยากาศออฟฟิศให้เป็นเหมือนบ้าน มีทั้งห้องนั่งเล่น พักผ่อน สันทนาการ และนอนค้างคืนเป็นครั้งคราวยามเมื่อราวต้องเร่งปั่นงานด่วน
หากพิจารณาอย่างผิวเผินในการใช้พื้นที่ระหว่างคำสองคำ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันนัก แต่พอเอาเข้าจริง ๆ พฤติกรรมและฟังก์ชั่น การแบ่งแยกสัดส่วนการใช้งานนั้นดูเหมือนจะมีความสำคัญที่ต้องใส่ใจพอสมควรเลยทีเดียวเลยละครับ ขณะที่เมื่อบ้านพักอาศัยสำหรับกิจกรรมในครอบครัวที่พื้นที่ใช้งานและพฤติกรรมส่วนใหญ่ถูกใช้อยู่กับความเป็นกันเองง่าย ๆ ใส่เสื้อยืด กางเกงแพร หรือขาสั้น นั่งไขว่ห้างในห้องรับแขกกลับต้องหันมาแต่งองค์ทรงเครื่อง ผูกเนคไท ใส่รองเท้าหนังและดัดแปลงพื้นที่บางส่วนให้เป็นสำนักงานขนาดย่อม มีลูกค้าเข้าออกติดต่ออยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ยกเว้นผู้ที่รับจ็อบเป็นชิ้นอยู่บ้านเมื่อเสร็จงานแล้วค่อยนำไปส่ง หรือผ่านทางระบบสารสนเทศ
ขณะที่บางสำนักงานก็พยายามดึงดูดอารมณ์พนักงานเพื่อสร้างความรู้สึกให้ไม่ต่างจากบ้านมากเท่าไหร่นัก เพื่อรักษาสัมพันธภาพความใกล้ชิดสนิทสนมกลมกลืนราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ทั้งเลี้ยงอาหารกลางวัน ออฟฟิศแอ็ดเวอร์ไทซิ่งกับงานโรงพิมพ์ซะส่วนใหญ่
กลับมาที่การปรับเปลี่ยนบ้านเป็นสำนักงานกันดีกว่าครับ ว่าน่าจะต้องมีข้อควรระวังอะไรบ้างที่น่าจะเป็นปัญหาทั้งระยะสั้นและยาว ขณะที่บ้านของท่านพื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ถูกออกแบบไว้เป็นที่พักอาศัยสำหรับครอบครัว บางโครงการพอมีส่วนทำงานเป็นห้องส่วนตัวเล็ก ๆ ไม่ใหญ่นัก ซึ่งหากไม่มีพื้นที่เพียงพออาจยอมเสียสละกันพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับเป็นส่วนทำงานที่สามารถรับแขกหรือลูกค้าได้บ้างเป็นครั้งเป็นคราว ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์และแนวทางลักษณะการออกแบบจัดวางของทั้งสองประเภทจำเป็นต้องมีแนวทางการจัดวางที่ต้องระมัดระวัง เพื่อแยกแยะระหว่างความเป็นครอบครัว ส่วนตัว และสถานะความเป็นงานเป็นการ และสร้างความน่าเชื่อถือสำหรับลูกค้าที่มาติดต่อไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัดปะปนและเห็นสภาพความเป็นอยู่และรกรุงรังของสมาชิกครอบครัวภายในบ้าน โดยเฉพาะท่านที่มีลูกมีหลานวิ่งเล่นเต็มบ้านไปทั่ว
สถานการณ์ดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นปัญหาใหญ่เท่าไหร่นักสำหรับเจ้าของบ้านบางท่านที่มีลูกค้าเป็นที่คุ้นเคย รู้จัก หรือว่าเป็นเพื่อนสนิท แต่สำหรับลูกค้าใหม่ที่มาติดต่อบางรายแล้วอาจรู้สึกอึดอัดขัดเขินและรุกล้ำเข้ามาในอาณาบริเวณเขตพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวของบ้านที่ไม่คุ้นเคย อาจรู้สึกขัดเขินและเกิดความตะขิดตะขวงใจในการเจรจาต่อหน้าภรรยา สามี ลูก ๆ ที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างสนุกสนาน หรือคุณแม่บ้านกำลังวุ่นวายกับการทำกับข้าวหรือทำความสะอาดบ้าน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้อาจมีผลต่อความเชื่อมั่น การเจรจาธุรกิจการงานและความสำเร็จเลยทีเดียว ฉะนั้นเจ้าของบ้านท่านใดที่กำลังมีปัญหาอยู่ในกรณีดังกล่าวอาจต้องมีกลวิธีการปรับพื้นที่ให้เข้ากับกิจกรรมกันบ้างตามความเหมาะสมของแต่ละสถานการณ์เลยละครับ
ข้อแนะนำ การสร้างสำนักงานในบ้าน
สรรหาที่จอดรถที่ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน หลีกเลี่ยงทางเข้าสำนักงานโดยผ่านห้องนั่งเล่น เข้าทางประตูเล็กผ่านสวน เปิดมุมมองของวิวสนามหน้าหรือข้างบ้านด้วยกระจกบานใหญ่ หากห้องเล็กเกินไปใช้กระจกเงาช่วยสะท้อนห้องและสวนนอกบ้าน จัดโต๊ะเก้าอี้และที่รับแขกแบบไม่เป็นทางการและอาจมีระเบียงเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ถ้าเป็นไปได้ควรมีห้องแพนทรี่ข้าง ๆ พร้อมห้องน้ำเล็ก ๆ อยู่ใกล้และไม่ปนกับสมาชิกครอบครัว
ในกรณีของทาวน์เฮาส์แนะนำให้ทำบันไดขึ้นสู่ชั้นลอยหรือชั้น 2 โดยตรงจะได้ไม่ต้องสับสนกับทางเข้าบ้านหลัก โดยมีทางขึ้นแยกต่างหากและตกแต่งให้มีคาร์แรกเตอร์เฉพาะของบริษัท โดยอาจติดป้ายชื่อหรือโลโก้บริเวณประตูทางเข้าสร้างความโดดเด่นความเป็นออฟฟิศให้รู้สึกติดตาและโลดแล่นออกมาจากรูปแบบของตัวบ้าน ก็น่าจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าจดจำได้ง่าย
หากเป็นลักษณะคอนโดฯ โชว์พื้นที่สำนักงานไว้ด้านหน้า หาพาร์ทิชั่นไว้กั้นแบ่งส่วนแบบไม่ต้องแยกแบบขาดด้วนมิดชิดจนเกินไปจะทำให้รู้สึกอึดอัดและขัดใจเหมือนมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นเนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ ใช้โต๊ะอาหารให้เป็นประโยชน์ทั้งปรึกษาหารือ รับแขกพร้อมแทรกกาแฟและเครื่องดื่มเป็นระยะขณะเวลาพูดคุยงานเผื่อพื้นที่สำหรับวางโน้ตบุ๊ค แยกแยะเครื่องแต่งกายระหว่างเวลาทำงานและเวลาอยู่บ้าน หรือไม่ก็หาชุดที่ดูลำลองเป็นกลางที่สร้างความเป็นกันเอง
ข้อพึงระวังสำหรับออฟฟิศกับบ้านอยู่ในที่เดียวกัน
หลีกเลี่ยงป้องกันเรื่องเสียงรบกวนซึ่งอาจส่งผลต่อสมาธิการทำงาน แยกแยะให้ออกระหว่างเมื่อต้องเดินออกจากบ้านเข้าสู่ที่ทำงาน และในทางกลับกัน และที่สำคัญการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขทั้งในที่ทำงานและที่บ้านต้องอาศัยวิจารณญานส่วนบุคคลที่จะรู้จักแบ่งภาคออกเป็น 2 ส่วน ไม่ว่าจะมีออฟฟิศอยู่ในบ้านหรือแยกส่วนต่างหากกันก็ตาม แบ่งปันให้ดีระหว่าง 8 ชั่วโมงของการทำงาน 8 ชั่วโมงของการพักผ่อน ส่วนที่เหลือ 8 ชั่วโมงอันน้อยนิดให้เป็นกิจกรรมทางครอบครัว สังคม ญาติ เพื่อนฝูง แล้วอย่าลืมแบ่งเผื่อให้กับตัวเองด้วยล่ะกันครับ…
Popularity: 28%
รองศาสตราจารย์เอกชาติ จันอุไรรัตน์
..ในยุคที่พื้นที่อยู่อาศัยภายในแคบและเล็กลงทุกวัน หากท่านไม่ทันสังเกตุ อาจเล็กลงทั้งทางกว้างหรือยาวก็ตาม อย่างน้อยก็คิดเป็นประมาณตารางเมตรได้ ทั้งในรูปแบบคอนโด ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว ก็ตาม (แต่อันที่จริงแล้วหากมองในอีกมุมหนึ่ง ความต้องการของคนเราในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย เช่น ตู้เย็น ทีวี ฯลฯ ที่ต้องขนาดใหญ่เต็มจอมากขึ้นทุกทีหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดถึงแม้ว่าเทคโนโลยีอาจช่วยสร้างให้บางสิ่งบางอย่างเล็กลง) อย่างไรก็ตามในทางตรงกันข้ามกับเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ก็ถูกนำเสนอรูปแบบใหม่ในหลากหลายสไตล์ในแต่ละฤดูกาลที่ท้าทายดึงดูดสายตาลูกค้าเข้าไปเลือกซื้อหาของใหม่ที่ก้าวล้ำนำสมัยกว่าเดิมจนได้ โดยมีทั้งเทศกาลลดราคา งานแสดงสินค้าส่งออกประจำปี ตามโชว์รูมตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่ลดราคากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ทั้งห้าง โปรโมชั่นเหล่านี้มิอาจหักห้ามใจให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ อดใจไว้ได้นาน และเมื่อแว็บโฉบไปดู ต่างล้วนถูกใจไปหมดจนตัดสินใจซื้อติดไม้ติดมือมาอย่างน้อยคนละชิ้นสองชิ้น แม้ว่ายังเป็นสิ่งของไม่จำเป็นต้องใช้ก็ตาม แต่ก็ทำใจไม่ได้หรือกะว่าซื้อเผื่อไว้กันพลาดก่อนสินค้าหมดสต็อก และจบเทศกาลลดราคา
ปัญหาอยู่ที่เมื่อตัดสินใจแล้วกลับมาบ้าน ตัดสินใจไม่ได้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะตั้งตรงไหนที่เหมาะสมที่สุด เพราะว่าช่วงตอนซื้อมานั้นอาจยังไม่ทันคิดหรือกะเพียงแค่พื้นที่ขนาดคร่าว ๆ แต่เมื่อเอาเข้าจริง ๆ กลับเกะกะ เทอะทะ กินพื้นที่ภายในไปเกือบครึ่งห้อง ต้องโยกย้ายบ่ายเบี่ยงหาที่ลงให้ได้ ซึ่งสุดท้ายก็อาจไม่ค่อยถูกใจนัก อยู่ในสภาวะจำยอมที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออกต้องยอมยกของเก่าเก็บ หรือไม่ก็บริจาค
การแก้ปัญหาพอที่จะมีทางออกให้เลือกอยู่หลายแบบที่สามารถประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมและพฤติกรรมตั้งแต่ตัวคุณจนถึงสิ่งของที่ถูกตาต้องใจ
เลือกเฟ้นหาเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปร่าง รูปทรง ที่ไม่ดูใหญ่เทอะทะเกินไป ตามความเชื่อของบางท่านที่ว่ายิ่งใหญ่ยิ่งดี เชื่อว่าจะทำให้ห้องดูหรูหรา สุดท้ายกลับสร้างปัญหารกสายตาและพื้นที่อย่างคาดไม่ถึง ทางที่ดีควรเลือกในรูปแบบที่บอบบาง สีสันไม่อ่อนก็เข้มไปเลยให้เพื่อกลืนหายไปกับของใช้ต่าง ๆ ภายในห้อง ซึ่งจะช่วยไม่ให้ดูโดเด่นสายตาและอึดอัดพื้นที่ ยิ่งปรับพับเก็บ เลื่อนเข้าที่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้งานก็น่าจะเป็นทางเลือกน่าสนใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับโทนสีภายในห้องว่ามืดหรือสว่าง และต้องพยามทำใจลืมความใหญ่โต หรูหราลงไปบ้าง หากจำเป็นห้ามใจไม่ไหวจริง ๆ ก็เลือกซื้อเฉพาะที่ชอบเพียงชิ้นสองชิ้นก็พอ จะได้ไม่รู้สึกเครียดและต้องท้อใจเมื่อหาที่วางไม่ได้
หากอดใจไม่ไหวจริง ๆ คงต้องใช้สุภาษิตยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน โดยการปรึกษาหารือกับสมาชิกในครอบครัว ว่ามันจะช่วยเก็บของให้เป็นที่เป็นทาง หรือว่ามันจะช่วยให้รกบ้านขึ้นไปใหญ่ และสิ่งสำคัญจะได้ไม่เกิดปัญหาทะเลาะกันทีหลังเมื่อยกของมาตั้งแล้วทางร้านมีนโยบายซื้อแล้วไม่ให้คืน
จัดกลุ่มของให้เข้าที่เข้าทางโดยแยกเป็นชนิด ประเภท ที่ใช้ประจำหรือนาน ๆ ใช้ทีจะได้มีการวางลำดับก่อนหลัง ขณะเดียวกันช่วยสร้างและเตือนความทรงจำโดยทำป้าย สติกเกอร์ แปะไว้จะได้ไม่ลืมเมื่อเวลาผ่านไปนานและความจำเริ่มเสื่อม![]()
พยายามเลือกเฟอร์นิเจอร์ประเภทแนวบิลท์-อินท์ ที่ดูไม่กินที่และงอกปูดออกมาจากผนังห้อง จะช่วยซ่อนรูปร่าง ให้กลมกลืนไปกับ พื้น ผนัง หรือฝ้าเพดาน มองผ่าน ๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของภายในห้อง
ของประเภทใช้แล้วพับเก็บก็เป็นประโยชน์เช่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะสร้างความรู้สึกรำคาญใจ แต่ให้คิดในทางบวกว่าเป็นการออกกำลังกายส่วนหนึ่ง เมื่อทำเป็นประจำก็จะรู้สึกชินกันไปเองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ครอบครัวใดที่มีลูกหลานกำลังน่ารักราวสัก 1-9 ขวบ จำเป็นต้องสร้างห้องเก็บของไม่ว่าจะใต้บันได ในโรงรถ หรือตู้ที่ซ่อนเก็บอย่างมิดชิด (รวมถึงกรณีรองเท้าที่ชอบวางเกลื่อนกลาดหลายสิบคู่อยู่สะเปะสะปะ) ขณะที่การจัดเก็บค้นหาสามารถฝึกนิสัยความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้ในตัวโดยปริยาย พร้อมกับป้องกันของหายบ่อย ๆ
สุดท้าย การจัดข้าวของเครื่องใช้ประชิดเข้ามุมไว้ จะช่วยให้ห้องดูโล่งกว้าง ใช้ผนังให้เกิดประโยชน์สูงสุดนอกจาแขวนรูปแล้ว ทำชั้น ซ่อนตู้บาง ๆ อยู่ภายในทั้งเอาไว้เก็บหนังสือ เครื่องมือเครื่องใช้
ท้ายสุดหาเวลาเข้าใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ของไทยจัดที่อยู่อาศัยใหม่ให้บ้านเกิดความมีชีวิตชีวา แต่ว่าอย่าหาภาระซ่อนภรรยาน้อยไว้ภายในตู้เสื้อผ้า เพื่อสร้างปัญหาครอบครัว ทางที่ดีสนับสนุนเป็นกำลังใจให้คุณพ่อบ้าน แม่บ้าน และลูกหลานขยันออกกำลังกายลดหุ่นและรูปร่างส่วนเกิน จะช่วยเจริญหูเจริญตาทั้งร่างกายจิตใจ และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยั่งยืนอีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ซ่อนรูปได้อย่างดีทีเดียวด้วยครับ..
Popularity: 20%
