This entry was posted on Thursday, December 25th, 2008 at 3:03 pm and is filed under มุมไอเดีย. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
25.12.2008
ช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องถึงปีหน้ามีการคาดการณ์กันออกมากจากหลายสำนัก ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2552 มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างแน่นอน ดังนั้นก็เลยย้อนกลับมามองการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่มีหนี้สิน ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนรถ หนี้ผ่อนบ้าน หรือการกู้ยืมเพื่อนำมาใช้ในการทำธุรกิจ
ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ อาจทำให้ผู้ที่มีหนี้สินต่าง ๆ เกิดปัญหาได้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมา ทำให้รายได้ลดลง และรายจ่ายเพิ่มขึ้น หรืออะไรก็ตามแต่ สรุปคือ ท้ายสุดหนี้ที่มีอยู่ ไม่มีกำลังความสามารถเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย เมื่อขาดส่งหลายงวดจะตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ และสถาบันการเงินจะคิดอัตราดอกเบี้ยเป็นดอกเบี้ยผิดนัด โดยอัตราดอกเบี้ยผิดนัดนี้จะมีอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยตามสัญญากู้เงินมาก
เมื่อเกิดปัญหาภาระหนี้เป็นจำนวนมาก อาจทำให้กังวลและท้อแท้จนไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอให้ตั้งสติและค่อยๆ คิดหาทางแก้ไขปัญหา ก่อนอื่นท่านควรทราบว่าสถาบันการเงินทุกแห่ง มีนโยบายที่จะ “ประนอมหนี้” กับลูกค้า ดังนั้นท่านไม่ควรนิ่งเฉย ควรหาช่องทางในการที่จะนำเสนอหนทางผ่อนปรนในการชำระหนี้หรือขอประนอมหนี้ ซึ่งในทางกฎหมายการผิดนัดชำระหนี้เป็นเพียงคดีแพ่งเท่านั้น คู่กรณีสามารถที่จะเจรจาตกลงกันได้ตลอดเวลาถึงแม้คดีจะอยู่ในชั้นศาลก็ตาม
การขอเจรจาประนอมหนี้ คือ วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่มีกับสถาบันการเงิน เพื่อจะได้มีโอกาสและมีเวลาในการผ่อนชำระหนี้คืนให้กับสถาบันการเงิน หลักการในการเจรจาขอประนอมหนี้มีอยู่หลายแบบ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินว่า มีหลักการที่จะช่วยเหลือลูกหนี้เพียงใด ซึ่งนโยบายแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน วิธีการเจรจาของลูกหนี้ เพื่อขอประนอมหนี้ มีวิธี ดังนี้
-
- การขอขยายเวลาชำระหนี้ เพื่อลดเงินงวดให้น้อยลง
-
- การกู้เพิ่มเพื่อชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระ พร้อมกับขอขยายระยะเวลากู้เงิน
-
- การขอชำระแต่ดอกเบี้ยประจำเดือน
-
- ขอลดจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละงวด
-
- การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ
-
- ขอให้คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่ไม่ผิดนัด
การเจรจาประนอมหนี้จะสำเร็จหรือไม่นั้น สถาบันการเงินทุกแห่งจะพิจารณาตรวจสอบราคาประเมินของหลักประกันที่ได้ให้เป็นประกันไว้ ว่าราคาประเมินสูงกว่าหนี้ที่มีอยู่หรือไม่ รวมถึงชื่อเสียงหรือเครดิตของลูกค้าด้วย เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะอนุมัติผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้
วิธีการเจรจาประนอมหนี้นั้น ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนตายตัว ขึ้นอยู่กับผู้ที่จะเจรจากันนั้นได้รับความพอใจทั้งสองฝ่ายหรือไม่ ดังนั้นแนวทางการเจรจาจึงขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายเป็นสำคัญ เช่น ธนาคารได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยบางส่วน และลูกหนี้ได้รับลดหนี้และขยายระยะเวลาการชำระหนี้เป็นต้น
การแก้ปัญหาโดยการเจรจาประนอมหนี้ เป็นเพียงแนวทางการแก้ปัญหาทางหนึ่งในหลายๆทาง ซึ่งการเจรจาประนอมหนี้กับสถาบันการเงินข้างต้น อาจใช้เป็นแนวทางในการไขปัญหาหนี้กับเจ้าหนี้ทางการค้ารายอื่น ๆ ได้ ดังนั้นการเจรจาเพื่อประนอมหนี้จึงถือว่าเป็นการออมชอมระหว่างกัน หรือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาของชาติโดยรวมอีกทางด้วย.
เรื่อง ขอประนอมหนี้
เรียน ผู้อำนวยการฝ่ายติดตามหนี้
เนื่องด้วยข้าพเจ้า (ชื่อ/นามสกุล)………………มีความจำเป็นที่จะขอแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้สถานะภาพทางการเงินของข้าพเจ้ามีปัญหา ทำให้ไม่สามารถที่ผ่อนชำระหนี้ตามปกติได้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และข้าพเจ้ามีภาระหนี้ต่อหลายสถาบัน มีหนี้บัตรเครดิต จำนวน…..บัญชี (ตามรายละเอียดที่แนบมา) ปัจจุบันข้าพเจ้ามีรายได้ต่อเดือนประมาณ………….บาท ต่อเดือน (หลังจากหักประกันสังคม และอื่น ๆ แล้ว) สามารถผ่อนชำระหนี้ได้เดือนละ……..บาท จึงต้องมีการทยอยส่งชำระหนี้ทีละบัตรทีละบัญชี และต้องมีการพักชำระหนี้สำหรับบางบัตรเครดิตเงินกู้ไว้ก่อน
จึงขอความกรุณาธนาคาร/บริษัท เลิกติดตามทวงหนี้ และข้าพเจ้าจะจัดการชำระหนี้ให้ได้ครบทุกบัญชี อย่างไรก็แล้วแต่ ข้าพเจ้าจะต้องชำระให้ครบทุกบัตร/บัญชีอยู่แล้ว และทางท่านได้เรียกเก็บจากเราไปพอสมควรแล้ว และถ้าหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น อาจทำให้ข้าพเจ้าต้องตกงาน ข้าพเจ้าจะหาเงินที่ไหนมาผ่อนชำระหนี้ได้ทั้งหมด ตราบใดที่ข้าพเจ้ายังมีงานทำอยู่ ท่านจะยังคงได้ครบตามจำนวนเงินจริง และข้าพเจ้าขอยกเลิกบัตรเครดิตทั้งหมด และขอให้ส่งชื่อของข้าพเจ้าไปส่งที่บริษัทข้อมูลเครดิตกลางได้
ฉะนั้น ขอให้ทางธนาคาร/บริษัท เข้าใจถึงปัญหาและสภาพทางการเงินของข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าได้ปรึกษาทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแล้วจึงทำจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อขอชี้แจงรายละเอียดมาให้ทางธนาคาร/บริษัททราบ โดยจะมีการขอชำระหนี้ทีละบัตร ทีละบัญชี จ่ายเดือนละ …..บาท(….บาท) จนกว่าจะครบยอดเงินกู้ของแต่ละบัญชี ทยอยส่งจนกว่าจะครบ 15 บัญชี
จึงแจ้งมาเพื่อทราบ และเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น
ขอแสดงความนับถือ
(ลงชื่อ……………………………….)
ขอสงวนสิทธิส่วนบุคคล
1. กรุณาอย่าส่ง Fax เอกสารหรือข้อความประจานมาที่ทำงาน รวมถึงโทรทวงถามบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่สัญญา
2. กรุณาอย่าโทรทวงถามไปยังพ่อ-แม่ รวมถึงเพื่อนร่วมงาน
3. รวมทั้งไปรษณีย์/ โทรเลข และส่งบุคคลเข้ามาติดต่อที่ทำงาน
เอกสารฉบับนี้ได้ชี้แจงรายละเอียดอย่างครบถ้วนแล้ว หากเจ้าหน้าที่ติดตามหนี้ยังไม่ปฏิบัติตาม ข้าพเจ้าจะขอใช้เอาสารฉบับนี้เข้าขอแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป
สำเนาเรียน
* สคบ. ,ส่วนกำกับสถาบันการเงิน ธ.แห่งประเทศไทย
* มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค/ บัตรเครดิต/ เงินกู้ส่วนบุคคล
* สื่อมวลชน
Popularity: 24%
read users' comments (0)
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.






