This entry was posted on Wednesday, July 1st, 2009 at 8:10 pm and is filed under มุมไอเดีย. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
01.07.2009
คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฎหมายไทย ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรานั้น เกี่ยวข้องกับกฎหมายมากมาย และต้องติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายต่างๆ เนื่องจากกฎหมายจะมีการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยตลอดเวลา
สำหรับผู้ที่ซื้อบ้าน กฎหมายที่เจ้าของบ้านควรศึกษา คือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ฉบับที่มีผลบังคับใช้อยู่ก็คือ ฉบับปรับปรุงแก้ไข ฉบับที่ 3 เริ่มใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2543 สาระสำคัญของกฎหมายยังมีความประสงค์จะควบคุมเรื่องสำคัญ 4 ประการ คือ ควบคุมเรื่องความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัยต่อผู้ใช้อาคาร ความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่อสังคมและชุมชน และสร้างมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
กฎหมายระบุว่า ที่อยู่อาศัยประกอบด้วย เรื่องของการสร้างบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว หรือทาวน์เฮาส์ ซึ่งทาวน์เฮาส์ ต้องมีรั้วด้านหน้า ด้านหลังและเส้นแบ่งระหว่างบ้านแถวแต่ละหน่วย ส่วนบ้านแฝดจะต่างจากบ้านเดี่ยวตรงที่บ้านแฝดต้องมีผนังแบ่งร่วมกัน
เจ้าของบ้านสามารถดำเนินการใดๆก็ได้ภายในขอบเขตรั้วบ้านของตัวเอง แต่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ที่เข้ามามีส่วนสำคัญกับผู้ซื้อบ้านตั้งแต่ก่อนเลือกซื้อ ระหว่างที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จนกระทั่งเมื่อคิดที่จะขายบ้านให้แก่บุคคลอื่นเพื่อไปซื้อบ้านหลังใหม่
ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้าน ต้องพิจารณาให้รอบคอบโดยประเมินถึงความต้องการใช้พื้นที่ใช้สอยในอนาคต ด้วยว่าจะเพียงพอสำหรับครอบครัวของคุณหรือไม่ และควรวางแผนเผื่อไว้สำหรับการขยายครอบครัวหรือการมีสมาชิกเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อเลี่ยงการต่อเติมอาคารในภายหลัง การที่เลือกซื้อบ้านหลังเล็ก แล้วคิดว่าจะต่อเติมเมื่อมีงบประมาณมากขึ้นในอนาคต อาจไม่สามารถทำได้เพราะมีปัญหาเรื่องระยะห่างของอาคารเข้ามาเกี่ยวข้อง ยกเว้นแต่ว่าคุณซื้อที่ดินแปลงใหญ่เนื้อที่มากกว่าขนาดของที่ดินมาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายการจัดสรรที่ดิน กล่าวคือถ้าเป็นบ้านเดี่ยวเนื้อที่ควรมากกว่า 50 ตารางวา บ้านแฝดเนื้อที่ควรมากกว่า 35 ตารางวา และทาวน์เฮาส์เนื้อที่ควรมากกว่า 16 ตารางวา
โดยส่วนใหญ่โครงการบ้านจัดสรร จะพัฒนาที่ดินโดยสร้างบ้านเต็มพื้นที่ตามที่กฎหายกำหนดไว้แล้ว คือ บ้านเดี่ยวก็จะสร้างเต็มพื้นที่ 70% ของแปลงที่ดินและเว้นมีพื้นที่ว่าง 30 % ตามที่กฎหมายกำหนด และทาวน์เฮาส์จะสร้างโดยมีที่ว่างด้านหลัง 2 เมตร ด้านหน้า 3 เมตร ดังนั้นทาวน์เฮาส์จึงไม่สามารถต่อเติมได้
แต่ตามกฎกระทรวง กำหนดว่าถ้าผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องการต่อเติมอาคาร และถ้าพื้นที่ที่ต่อเติมเกินจาก 5 ตารางเมตรขึ้นไป เข้าข่ายเป็นการขอดัดแปลงอาคาร รวมถึงการต่อเติมชั้นบน ก็ต้องพิจารณาถึงน้ำหนักที่จะเพิ่มขึ้นด้วย เพราะการรับน้ำหนักตามกฎหมายจะนับจาก 150 ตารางเมตรต่อคน หากต่อเติมจนน้ำหนักเกิน 10% ของโครงสร้างเดิมก็ต้องขออนุญาตเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นการดัดแปลงอาคาร ผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องไปขอต่อเติมอาคารตามกฎหมาย
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง จะพบว่าอัตราการต่อเติมที่พักอาศัยมีให้เห็นทั่วไปในทุกโครงการ เช่น การต่อเติมด้านหลังอาคาร ทำเป็นห้องเพิ่มออกไปชนกำแพงเขตที่ดินคือ เอากำแพงเขตที่ดินด้านหลังบ้านทำเป็นผนังห้อง กั้นกำแพงทึบด้านข้าง แล้วทำหลังคาครอบ และบางรายหนักไปกว่านั้นอีกคือ การทำหลังคาส่วนต่อเติมเป็นแผ่นคอนกรีตเพื่อใช้เป็นระเบียงชั้นสอง ซึ่งอันตรายมากๆ เพราะกำแพงรั้วไม่ได้มีรากฐานพอจะรับน้ำหนักอะไรอื่นได้นอกจากตัวมันเอง เมื่อเอาน้ำหนักโครงสร้างหลังคา รวมไม้ เหล็ก คอนกรีต เข้าด้วยกัน หนักหลายตัน มาวางทับลงไป จะทำให้กำแพงทรุด ซึ่งมันไม่ได้ทรุดให้เห็นทันที แต่จะเริ่มทรุดไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา ทำให้โครงสร้างส่วนต่อเติมเกิดการแตกร้าว แยกตัว และจะพังลงในที่สุด!!
การต่อเติมที่อาจจะทำโดยไม่รู้ เน้นความสะดวก ไม่อยากปรึกษาหรือไปจ้างวิศวกร ให้เปลืองเงิน แต่กลับไปจ้างช่างก่อสร้างที่มีความรู้แค่งานก่ออิฐ ฉาบปูน มาแล้วเราก็ชี้บอกว่า ให้ต่อตามแบบที่เราคิด ช่างก็จะทำตามใจเจ้าของบ้าน เพราะช่างมีหน้าที่แค่รับงานแล้วก็รับเงินเท่านั้น ช่างไม่ได้รับผิดชอบความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัวเราด้วยนะครับ กันไว้ดีกว่าแก้ทำตามขั้นตอน ปรึกษาวิศวกรออกแบบโครงสร้าง ให้วิศวกรคำนวณว่าการต่อเติมของคุณมีผลกระทบต่อโครงสร้างหรือไม่ ถ้ากระทบก็ไม่สามารถทำได้เพราะจะทำให้เกิดปัญหาการทรุดตัว การแตกร้าว
เมื่อเรารู้แล้วว่ามีพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ควบคุมในเรื่องการต่อเติม ซึ่งกฎหมายนี้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและเพื่อนบ้านเป็นสำคัญ ถ้าคุณอยากจะต่อเติม ไม่ว่าต่อเติมห้องสักห้องหนึ่ง ทำโรงรถ ทำห้องคนใช้ ก็ต้องขออนุญาต เพื่อให้ถูกกฎหมาย
สำหรับผู้ที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องขออนุญาตต่อเติม เพราะคงไม่มีใครมาตรวจหรือดำเนินคดี ความคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเจ้าหน้าที่เขต หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น สามารถมาตรวจตลอดเวลา และเมื่อใดที่มีการตรวจพบเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที และหากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ถูกเพื่อนบ้านรอนสิทธิด้วยการต่อเติมอาคารโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งมาโดยตรงที่ 1555 ศูนย์รับเรื่องราวร้องร้องทุกข์ สำหรับพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนในเขตภูมิภาคสามารถแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นครับ และในฉบับหน้าผมจะมีไอเดียเรื่องการต่อเติมบ้านไม่ให้ผิดกฎหมาย มาฝาก.
Popularity: 18%
read users' comments (0)
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.






