Archive for June, 2009
…”บ้านที่สว่างให้พลังชีวิต บ้านที่มืดมิดให้ความเซื่องซึม”
นี่เป็นคำกล่าวที่บ่งบอกถึงผลที่เกิดจากสภาพแวดล้อม ในทางฮวงจุ้ยให้ความสำคัญกับความมืดความสว่างมาก โดยการพิจารณาความเป็น “หยิน-หยาง” ภายในบ้าน บ้านที่ดีจะต้องมีสภาพความเป็นหยิน-หยางที่สมดุลกัน โดยเฉพาะบ้านคนเป็น จะต้องการความเป็นหยางค่อนข้างมาก เพราะ หยาง คือสิ่งที่เคลื่อนไหว ให้ความรู้สึกที่คึกคัก กระตือรือร้น คนในบ้านจะได้รับแรงกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ผิดกับบ้านที่เป็นหยิน จะมีสภาพที่อึมครึม นิ่ง ไร้ชีวิตชีวา ส่งผลให้คนในบ้านขาดความกระตือรือร้น
ปัจจุบันแบบบ้านรุ่นใหม่ๆ จะนิยมออกแบบช่องประตูหน้าต่างโดยใช้กระจกใสบานใหญ่ ประเภทสูงเกือบติดพื้นห้อง มากกว่าที่จะเป็นช่องหน้าต่างบานเล็กๆ เหมือนแบบบ้านสมัยก่อน เหตุผลก็น่าจะมาจาก บ้านรุ่นใหม่จะเน้นความสว่างภายในบ้าน ทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง สบาย เดินเข้าบ้านแล้วไม่รู้สึกอึดอัด หรือมืดทึบ นั่นเอง
การออกแบบบ้านลักษณะนี้ ค่อนข้างจะตรงกับคอนเซ็ปท์ในทางฮวงจุ้ยอย่างมาก เพราะความสว่างของบ้านจะเพิ่มความเป็นหยางที่มีชีวิตชีวาให้กับคนในบ้าน บ้านที่มืดทึบ อึมครึม คนในบ้านจะขาดพลังชีวิต
การใช้กระจกใสบานใหญ่แทนกำแพงที่ทึบตัน สามารถใช้ได้กับทุกห้องที่ต้องการความสว่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น โต๊ะอาหาร ห้องครัว ห้องนอน รวมไปถึงห้องน้ำที่ต้องการความมิดชิด ก็ยังสามารถใช้กระจกใสบานใหญ่เข้าไปเพิ่มแสงสว่างในห้องได้เช่นเดียวกัน
-
การใช้ช่องหน้าต่างกระจกบานใหญ่ จะเพิ่มความสว่างให้กับบ้านและทำให้บ้านดูกว้างขึ้น
-
การใช้กระจกใสบานใหญ่กับห้องน้ำ
ประโยชน์ของการใช้กระจกใส นอกจากจะช่วยเพิ่มความสว่างให้กับบ้านแล้ว ยังช่วยทำให้บ้านดูกว้างขึ้นอีกด้วย เพราะคนในบ้านสามารถมองออกไปจนถึงกำแพงรั้วบ้านได้เลยแทนที่จะมองแต่กำแพงของผนังห้อง ซึ่งบ้านที่มีขนาดเล็กอย่างบ้านทาวน์เฮ้าส์ ถ้าเป็นทาวน์เฮ้าส์ห้องมุม ด้านที่สามารถทำเป็นช่องหน้าต่างได้ ถ้าเลือกใช้ช่องหน้าต่างที่เป็นกระจกใสบานใหญ่จะช่วยเพิ่มความสว่างและทำให้บ้านดูกว้างขึ้นอย่างมาก
แต่ความใสของกระจกบานใหญ่ หลายคนอาจไม่ค่อยชอบ โดยมองว่าจะทำให้คนภายนอกหรือบ้านใกล้เคียงมองเห็นคนในบ้านว่าทำอะไรอยู่ คนในบ้านจะรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเท่าไหร่ เรื่องนี้จริงๆ แล้วแก้ไขไม่ยากครับ ถ้ายังต้องการให้บ้านมีความสว่าง โดยเปลี่ยนจากกระจกใสมาเป็นกระจกฝ้า หรือไม่ก็ทำเป็นกำแพงบล็อคแก้วก็จะช่วยปิดบังไม่ให้คนจากภายนอกมองเข้ามาในบ้านได้ ความสว่างก็ยังได้เหมือนเดิม
เพราะฉะนั้น เจ้าของบ้านที่ชอบอยู่บ้านสว่างๆ การใช้กระจกใสบานใหญ่มาตกแต่งบ้าน ถือเป็นการตอบโจทย์ได้อย่างถูกจุด แถมยังเป็นการเสริมฮวงจุ้ยบ้านได้อีกด้วย…
Popularity: 22%
รองศาสตราจารย์เอกชาติ จันอุไรรัตน์
เฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่วางเกะกะหรือจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นเปรียบเหมือนเครื่องประดับและแฟชั่นเสื้อผ้า ราวกับพื้นผนัง เพดานรูปร่างของห้อง ที่อยากมองแบบสวยงาม ธรรมดา มีเสน่ห์ เก๋ หรือ เท่ห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแรงปรารถนาและความคิดสร้างสรรค์ของมัณฑนากรและเจ้าของบ้าน
บ้านหรือคอนที่เราซื้อทั่วไปเปรียบเสมือนร่างกายที่เปล่าเปลือย จำเป็นต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้สมกับฐานะ กาละ และเทศะแล้วแต่กรณี ทั้งนี้เจ้าของบ้านควรเป็นผู้กำหนดรสนิยมตั้งแต่เริ่มต้น หากเราสังเกตรูปร่างคนเราจะแบ่งออกเป็น2 ประเภทหลักใหญ่ๆ คือ คนที่ค่อนข้างท้วมไปจนถึงอ้วน กับคนที่ค่อนข้างผอมจนถึงเก้งก้าง หลัก 2 ประการที่จะแก้ไขให้ดูเหมาะสมและสมส่วนขึ้นคือการแต่งกาย เสื้อผ้าเครื่องประดับ ซึ่งในทางการตกแต่งบ้านก็คือการจัดวางกั้นห้อง ตกแต่งแต่งเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านให้ดูงามเหมาะสมตามสภาพที่เราสามารถแก้ไขได้ เช่น บางครั้งที่ห้องดูใหญ่และกว้างเกินไปเราสามารถจัดแงส่วนของพื้นที่ให้มีฟังก์ชั่นหลากหลายในบริเวณเดียวกัน เช่นเป็นการกั้นห้อง กั้นฉาก หรือจัดวางลักษณะการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ที่หลากหลายฟังก์ชั่น ในกิจกรรมของการดำเนินชีวิตประจำวัน
ขณะที่ร่างกายที่ผอมซูบซีดเช่นเดียวกับห้องที่ดูคับแคบ อันนี้ต้องใช้ความสามารถในการแก้ไขเพิ่มพื้นที่ให้เพียงพอกับความต้องการพร้อมกับการขยายพื้นที่ด้วยกระจกเงาแล้วจะทำทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป เช่นเดียวราวกับห้องขนาดใหญ่แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรู้จักตำแหน่งติดเพื่อให้ห้องดูกว้างพร้อมกับการยกเพดานให้สูงขึ้นตามสัดส่วนด้วยเช่นกัน คุณก็จะได้ห้องที่ดูกว้างกว่าความเป็นจริงหลังจากถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับออกจากร่างกายทั้งหมด
แต่อย่างไรก็ตามความสามารถดังกล่าวนั้นต้องใช้ความชำนาญและการลองผิดลองถูกบ้างตามสมควร เช่นมีการย้ายสลับสับเปลี่ยนจนกว่าจะลงตัวเข้าที่ก็น่าจะกินเวลาโยกย้าย ขยับขยายให้เข้ามุม ปล่อยพื้นที่ตรงกลางให้ว่างโล่งเอาไว้เป็นทางเดินและความกว้างทางสายตา ปัญหาก็คือห้องที่มีขนานเล็กแต่ต้องการให้ดูกว้าวห้ามกั้นห้องเป็นอันขาด ยกเว้นในทางตรงข้ามที่ห้องกว้างและอยากให้ดูแคบเป็นสัดเป็นส่วน
นอกเหนือจากความกว้างและแคบแล้วปัญหาอีกประการหนึ่งซึ่งไม่สามารถมองข้ามได้คือความสูงและเตี้ยของห้อง ถ้าห้องแคบ สามารถทำให้ดูกว้างได้แล้วแต่ปรากฏว่าดูเตี้ยก็เสียบรรยากาศและขาดสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งโยปกติแล้วห้องกว้าง 4×4 เมตรไม่ควรมีเพดานต่ำกว่า 2.50 เมตรโดยประมาณทั้งนี้คำนึงถึงการระบายอากาศและการคิดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมขนาดเบอร์ 5 ได้อย่างสบายๆใน 1 ตัน
ยกเว้นกรณีที่ท่านสามารถยกเพดานให้สูงกว่าปกติห้องก็จะดูแปลกตาและสามารถตกแต่งฝ้าเพดานได้อย่างหรูหราตามใจชอบ ยิ่งห้องขนาดเล็กกว่าปกติแต่มีเพดานสูงมากก็อาจทำให้ห้องดูมีเสน่ห์และสามารถวางฟังก์ชั่นการใช้งานในทางตั้งได้อย่างสะใจโดยมีบันไดเลื่อนช่วยในการใช้งานได้อย่าสะดวกสบาย ห้องลักษณะนี้อาจเหมาะกับคอนโดหรือทาวน์เฮ้าส์ที่มีครอบครัวใหญ่ต้องการใช้พื้นที่เยอะๆครับ จะได้ไม่ต้องลดระดับเพดานมาให้เท่ากับปกติเพื่อการประหยัดไฟจนเกินไป
แต่สำหรับท่านที่มีห้องที่กว้างขวางอยู่แล้วปัญหาในการแก้ไขก็จะน้อยลง สามารถดลบันดาลความงามได้ตามต้องการแต่อย่าลืมสัดส่วนที่เหมาะสม หรือสัดส่วนสมบูรณ์นะครับ พูดถึงสัดส่วนสมบูรณ์เอาไว้โอกาสหน้าจะพาไปรู้จักที่เรียกกันว่า Fibonacci ตามชื่อที่ค้นพบ เผื่อเอาไว้สำหรับบางท่านจะใช้ประโยชน์จากสัดส่วนดังกล่าวในการใช้สอยหรืออ้างอิง และอย่างน้อยก็เป็นความรู้ในสัดส่วนความงามที่ยังไม่มีใครสามามารถคิดค้นทฤษฎีใดๆมาลบล้างได้ (อย่าลืมเตือนก็แล้วกันนะครับ)
ครับคนเราสูงผอม อ้วนเตี้ย นั้นเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับ เราไม่สามารถเปรียบเทียบส้มกับส้มโอได้เพราะว่ามันคนละชนิดกันนะครับต่างคนต่างมีดีคนละอย่างแม้ว่าจะเป็นส้มเหมือนกันเช่นบ้าน เพราะฉะนั้นบ้านเล็กหรือคอนโดใหญ่ก็ยิ่งเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย แต่อย่างไรก็ตามทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะมองเห็นข้อบกพร่องของตนเองว่ามีอะไรบ้าง แล้วปรับปรุงแก้ไขโดยไม่นำมาเปรียบกันคุณก็จะเป็นคนมีบ้าน ห้อง เรือนหอ ฯลฯที่สวยและเด่นในแบบฉบับของคุณเองไม่ต้องกังวลใดๆ ทุกคนมีดีต่างกันครับ อันนี้ผมรับประกันได้ จะสวยแบบพลอย เฌอมาลย์ หรือว่าจะงามแบบนางสาวไทย ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย เป็นมุมมองของผู้ชม เช่นเดียวกับประโยคเด็ดของการชื่นชมงานศิลปะที่ว่า “Arts is in the eye of beholder” ความงามทางศิลปะนั้นขึ้นอยู่กับสายตาและประสบการณ์ของผู้ดูที่ชอบไม่เหมือนกัน มีทั้ง แบบเหมือนจริง นามธรรม หรืองานแบบติดตั้งกับทีที่เรียกว่า (Installation) ไงครับ การติดตั้งรูปภาพบนฝาผนังจึงต้องพิถีพิถันทั้งความสุนทรียและภาพรวมของห้อง ในขนาดเดียวกันมีทั้งระดับล้านบาทถึงร้อยบาทแล้วแต่รสนิยมส่วนตัวไงครับ
เกริ่นมานานขอวกกลับเข้าเรื่องเข้าราวของการตกแต่งบ้านด้วยเครื่องเรือนและเครื่องประดับตกแต่งบ้านที่เปรียบดังเสื้อผ้าเรื่องประดับกันตอนจบของบทสรุปแล้วกันครับว่า ห้องเล็กอย่าให้ดูรก และห้องใหญ่อย่าให้ดูโล่งเกินไป จะทำให้ดูขาดและเกินจนเกินไปแล้วจะส่งผลต่อการอยู่อาศัยที่อาจไม่สบายเท่าไหร่นัก ยกเว้นรสนิยมของคุณมีความแตกต่างจากปกติชนทั่วไป อันนี้ว่ากันไม่ได้ครับ บางสิ่งบางอย่ง บางเรื่องบางตอนก็หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกันครับ นั่นคือสาระขอองจิตใจของใครบาคนที่มีลักษณะแตกต่างจากปุถุชนทั่วไปและแตกต่างจากทฤษฎีทั่วไปในการแต่งบ้านเพื่ออยู่อาศัยครับ
Popularity: 20%
เรื่องของพื้นทรุด เป็นเรื่องที่มักประสบกับเป็นส่วนใหญ่ของที่พักอาศัยที่อยู่มานานหลายปี จะมีการทรุดตัวตามธรรมชาติ เพราะโดยสถิติแล้วระดับพื้นดินในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอัตราการทรุดตัวเฉลี่ย 3-10 เซนติเมตร/ปี ซึ่งผลที่ตามมาคือพื้นคอนกรีตนอกบ้าน อาจแตกร้าว หรือทรุด รวมถึงพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของตัวบ้าน เรามาพิจารณาถึงจุดที่โดยทั่ว ไปจะได้รับผลกระทบจากการที่ดินทรุด และไอเดียที่เป็นแนวทางแก้ไขกัน ดังนี้;
- พื้นที่จอดรถ
พื้นที่จอดรถในบ้าน มักเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เพราะเป็นบริเวณพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักของรถที่ต้องเข้า-ออกและจอดทุกวัน โดยเฉลี่ยรถ 1 คัน ถ้าเป็นรถเก๋ง น้ำหนักประมาณ 1,200-1,500กิโลกรัมต่อคัน หากเป็นรถกระบะ น้ำหนักเฉลี่ย ก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นประมาณ 1,600 กิโลกรัมต่อคัน ลองนึกภาพดูก็จะเข้าใจได้ว่า ลานจอดรถในบ้านของเราต้องแบกรับน้ำหนักตลอดเวลาทุกวัน ทำให้เกิดการทรุดตัวได้ง่าย
นอกจากที่ต้องแบกรับน้ำหนักรถแล้ว โดยทั่วไปเจ้าของบ้านก็มักจะทำ หลังคาโรงรถ เพื่อกันแดด กันฝนให้กับรถ เพราะราคารถสมัยนี้ ก็ราคาแพงไม่หนี ไปจากราคาบ้าน คนรักรถจึงมักจะต่อเติมโรงรถ มีหลังคาเพื่อคลุมกันแดดและกันฝน ซึ่งทำให้ต้องมีเสา อาจจะเป็น 4 ต้น หรือ 6 ต้น ก็แล้วแต่แบบและขนาดของโรงรถ เพื่อมารองรับน้ำหนักของหลังคา สรุปก็คือ ยิ่งทำให้พื้นที่จอดรถต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ไอเดียการแก้ไข เสารับหลังคาต้องมีคานคอดินรัดโครงสร้างเสาด้านล่าง และควรฝังเดือยเหล็กยื่นจากข้างคานโผล่ออกมาก่อนเท ค.ส.ล.พื้นที่จอดรถ จะช่วยแก้ปัญหาได้ และหากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ควรทำเส้นร่องแบ่งเป็นพื้นที่ เพื่อป้องกันการแตกร้าวบนพื้นผิวหน้าลามแผ่ไปทั่ว หากต้องมีการซ่อมแซมผิวหน้าจะได้ซ่อมเฉพาะในกรอบพื้นที่ที่แบ่งเส้นไว้ เหมือนที่เราเห็นเวลาซ่อมถนนทางหลวง ที่จะมีการแบ่งซ่อมตามแนวเส้น
- พื้นทางเดินรอบบ้าน
พื้นนอกบ้าน หากมีการทำเป็นทางเดินรอบบ้าน โดยทั่วไปมักจะเป็นพื้นที่ที่เทหลังจากสร้างตัวบ้านเสร็จแล้ว ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว หากใช้เพื่อเป็นทางเดินจริง ๆ ตามชื่อก็มักจะไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่ พบว่ามักมีการนำของหนัก ๆ มาวางทับ เช่น แท็งก์น้ำ คอมเพรสเซอร์แอร์ ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแตกร้าวได้ อีกปัญหาที่มักเจอคือ พื้นทรุดตัวไม่เท่ากันกับตัวบ้าน ทำให้เกิดรอยแตกแยก ระหว่างพื้นกับตัวบ้าน
การป้องกันพื้นทรุด ทำได้โดย การตอกเสาเข็มตลอดแนวก่อนเทพื้น และควรบดอัดพื้นที่ก่อนเทพื้น เสริมเหล็กตะแกรง และควรกั้นรอยต่อระหว่างพื้นกับตัวบ้านด้วยแผ่นโฟม หรือแผ่นไม้ เพื่อป้องกันรอยแยกที่จะทรุดแตก
- พื้นทางเดินในสวน
พื้นทางเดินในสวน มักมีการออกแบบให้มีความสวยงาม มากกว่าที่จะคำนึงถึงเรื่องการรับน้ำหนัก ดังนั้นโดยทั่วไป พื้นที่ทางเดินในสวนที่พบเห็น มักจะใช้วัสดุปู ที่หลากหลายประเภท ทั้งการเทปูน ปูแผ่นหิน ปูแผ่นไม้ หรือทางเดินโรยกรวด บริเวณพื้นที่ที่โรยกรวด ควรรองพื้นด้วยตะแกรงพลาสติกก่อน เพื่อไม่ให้กรวดไปปนกับผิวหน้าดินมากเกินไป และ ในอนาคตหากเบื่อทางเดินโรยกรวด อยากเปลี่ยนเป็นวัสดุอื่นก็จะง่ายต่อการปรับเปลี่ยน
หากเลือกใช้การปูแผ่นหิน ก็ควรทำการบดอัดให้ได้ที่ก่อนปูแผ่น วัสดุที่เลือกใช้ปูพื้นทางเดินในสวน ควรคำนึงถึงเป็นวัสดุที่กันลื่นด้วย เพราะนอกเหนือจากความสวยงามในการเลือกใช้วัสดุปูพื้นแล้ว ต้องตระหนักด้วยว่าพื้นทางเดินในสวนมักมีน้ำฝนหรือน้ำจากการรดน้ำอยู่เสมอ ทำให้เกิดตะไคร่ได้ง่าย และหากทำทางเดินเป็น ค.ส.ล. ที่เทต่อจากพื้นถนนคอนกรีตในบริเวณบ้าน ควรฝังเดือยเหล็กลงในค.ส.ล. ถนนเดิม เพื่อช่วยยึดทางเดินใหม่กับถนนเดิมได้ดีขึ้น ลดการเกิดรอยแยกตรงจุดนี้ได้.
Popularity: 17%






