Archive for February, 2009

Fengshui-Feb-09“ ทิศตะวันตกเป็นทิศคนตาย ห้ามเอาหัวนอนไปทางทิศนี้”

นี่เป็นกฎเกณฑ์ของคนไทย ที่คนโบราณสั่งสอนกันมา จนกลายเป็นคำถามของคนยุคนี้ว่า จริงเหรอ ถ้านอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก จะทำให้เจ็บป่วย อายุสั้น เพราะเป็นทิศคนตาย ทิศที่เป็นมงคลสำหรับคนไทย คือ ทิศเหนือ กับทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตก กับทิศใต้ ถือว่าเป็นทิศอัปมงคล ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งก็คงมาจากชื่อ นั่นเอง

หลักฮวงจุ้ย ไม่ได้ถืออย่างคนไทย แต่จะเน้นไปที่ชัยภูมิในการวางเตียงนอนมากกว่า หรือไม่ก็ดูจากธาตุปีเกิดของผู้นอนว่า ควรหันหัวนอนไปทางทิศใด อย่างคนเกิดปีกุนกับปีชวด ทิศหัวนอนเป็นทิศตะวันตก ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะเป็นทิศส่งเสริมเจ้าชะตา ตามหลักความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 ปีกุนกับปีชวด เป็นธาตุน้ำ ส่วนทิศตะวันตก เป็นธาตุทอง ตามกฎเบญจธาตุ ธาตุทองส่งเสริมธาตุน้ำ

จากเก็บข้อมูลของผมเอง คนที่นอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก เมื่อเปรียบเทียบกับการนอนทิศอื่นๆ ผลออกมาไม่ต่างกันครับ มีดีมีเสียพอๆกัน อย่างคนที่เอาหัวนอนไปทางทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นทิศมงคลนั้น ก็มีทั้งดีทั้งเสียเหมือนกัน

แต่ก็มีบางกรณีที่นอนแล้วเกิดอาการเจ็บป่วยภายในเวลาไปถึง 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เชื่อ (แบบฝังหัว) ว่าทิศตะวันตกไม่ดีห้ามนอน เมื่อไปลองนอนดูก็เกิดอาการทันที ซึ่งสันนิฐานว่า น่าจะเกิดจากภาวะอุปทานมากกว่า

ผมเองลองค้นหาข้อมูลในเรื่องนี้ โดยหาตำราเก่าๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อของไทย ก็พบว่า มีพูดเอาไว้เหมือนกันเกี่ยวกับทิศตะวันตกที่ห้ามเอาหัวนอนหันไป แต่ตำราไม่มีคำอธิบายว่าเพราะอะไร จนมาวันหนึ่งผมลองทดสอบกับตัวเอง ลองเอาหัวนอนหันไปทางทิศตะวันตก จะดูว่ามีผลเสียอย่างไร ปรากฏว่าพอตื่นนอนขึ้นมาผมก็ทราบคำถามทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเป็นสัปดาห์

จะไม่ให้ทราบได้อย่างไรล่ะครับ แค่ผมลืมตาก็ต้องรีบหลับตาทันที เพราะถ้าขืนไม่หลับตาก็มีหวังตาคงจะบอดแน่ๆ เพราะแสงพระอาทิตย์สาดเข้าเต็มหน้า ผมถึงบางอ้อ..ในบัดนั้น ตอนเช้าใครๆ ก็รู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก การนอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก ก็เท่ากับหันหน้าไปทางทิศตะวันออก        

..นี่คือผลกระทบที่เป็นเหตุเป็นผลที่สุด
กรณีที่จะได้รับผลกระทบแบบที่ผมจะเจอ จะต้องเข้าเงื่อนไขที่ว่า ปลายเตียงต้องเป็นหน้าต่างที่แสงอาทิตย์สามารถส่องเข้ามาถึง ถ้าหน้าต่างถูกปิด หรือมีม่านบัง จะไม่เข้าข่าย หรือไม่มีผลกระทบ นั่นเอง

วิถีคนสมัยก่อน ส่วนใหญ่จะเปิดหน้าต่างนอน เพราะนอนกางมุ้ง ไม่มีมุ้งลวดเหมือนปัจจุบัน จากเหตุผลในเรื่องนี้ ทำให้ผมเข้าใจถึงข้อบัญญัติอีกข้อหนึ่ง ที่พูดถึงเรื่องของบันได ที่ห้ามหันบันไดขึ้นทางทิศตะวันตก ก็คงมาจากผลกระทบของแสงอาทิตย์ นั่นเอง

บันไดเป็นจุดอันตรายที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถ้าคนเดินขึ้นบันไดแล้วมีแสงอาทิตย์มาแทงตา โอกาสที่จะเหยียบบันไดพลาดก็มีมาก คนโบราณจึงกล่าวห้ามเอาไว้ว่า อย่าสร้างบันไดหันขึ้นทางทิศตะวันตก

ทิศตะวันตก กลายเป็นเจ้าตัวร้ายก็เพราะผลกระทบจากแสงแดด นี่เอง จะมีดีอยู่อย่างเดียวถ้าห้องน้ำห้องส้วมอยู่ทางทิศนี้ เพราะแสงแดดจะเผาผลาญเชื้อโรคและความชื้นภายในห้องน้ำได้ดีที่สุด นอกจากนี้แล้ว ก็ยังไม่เห็นข้อดีของทิศตะวันตกเลย
กลับมาเรื่องหัวนอนกันต่อ สรุปก็คือ การหันหัวนอนไปทางทิศตะวันตก สามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ ถ้าไม่เข้าข่ายที่ปลายเตียงมีช่องหน้าต่าง ที่แสงอาทิตย์สามารถส่องถึงเตียง ส่วนคนที่มีความเชื่อแบบฝังหัว ผมแนะนำว่า ไม่ควรนอนครับ เพราะความเชื่อเป็นพลังจิตอย่างหนึ่ง ที่มีความแรง สามารถดลบันดาลให้คนที่เชื่อเป็นไปตามนั้นได้ ..

Popularity: 28%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

Idea-Feb-09

สำหรับสิทธิ์ที่ใช้ในการในการลงคะแนนเสียงนั้น จะนับจากอัตราส่วนที่เจ้าของห้องชุดแต่ละรายมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง โดยคำนวณจากอัตราส่วนของราคาห้องชุดแต่ละห้องกับราคารวมของห้องชุดทั้งหมด ตามกฎหมายมาตรา 14 ที่กำหนดว่า “อัตราส่วนในกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลางของเจ้าของร่วมให้เป็นไปตามอัตราส่วนระหว่างเนื้อที่ของห้องชุดแต่ละห้องชุดกับเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด”

ดังที่กล่าวในตอนที่แล้วว่า ทรัพย์ส่วนกลาง ประกอบด้วย ที่ดินที่ตั้งอาคารชุดรวมถึงที่ดินที่มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน อาคารหรือส่วนของอาคารและเครื่องอุปกรณ์ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน สรุปง่าย ๆ ว่าสิ่งที่ใช้เป็นประโยชน์ร่วมกัน จัดว่าเป็นทรัพย์ส่วนกลาง

เมื่อเรามีทรัพย์ ก็จำเป็นต้องดูแลรักษาทรัพย์สินของเรา คอนโดก็เช่นกัน ในเมื่อมีทรัพย์สินส่วนกลางจำนวนมากหลายรายการ ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษา และมีค่าใช้จ่ายในการดูและรักษาดังกล่าว กฎหมายจึงกำหนดไว้ในมาตรา 18 “เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าภาษีอากรตามอัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง   

Idea-Feb-02เจ้าของร่วมต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการให้บริการส่วนรวมและที่เกิดจากเครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดูแลรักษาและการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง”

นอกจากนี้กฎหมาย ยังได้มีระเบียบ มาตรการออกมา เพื่อควบคุม  ให้เกิดความยุติธรรม แก่ผู้ที่รักษากฎ ที่ชำระเงินค่าบริการส่วนรวม จึงกำหนดบทลงโทษ สำหรับผู้ที่ไม่ชำระเงิน ภายในเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสิบสองต่อปีของจำนวนเงินที่ค้างชำระโดยไม่คิดทบต้น และหากค้างชำระเงินตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละยี่สิบต่อปีและอาจถูกระงับการให้บริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางตามที่กำหนดในข้อบังคับ รวมทั้งไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญ่    

แถมท้ายอีกเรื่องครับ คือ ระเบียบเงื่อนไขการอยู่อาศัยของคอนโดมิเนียม เพราะแต่ละที่มี ระเบียบข้อบังคับหรือกฎเกณฑ์ ที่แตกต่างกันไป เราจึงควรทราบระเบียบ ข้อควรปฎิบัติและข้อห้ามต่างๆ ด้วย เช่น คอนโดมิเนียมบางแห่งไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงต่างๆ มาเลี้ยงในอาคาร บางแห่งไม่อนุญาตให้ใช้เตาแก๊สทำอาหารภายในห้อง บางแห่งไม่อนุญาตให้มีการตกแต่งต่อเติมห้องในวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะเป็นวันหยุดที่ทุกคนต้องการพักผ่อน เป็นต้น 

ข้อมูลในฉบับนี้ น่าจะช่วยให้ท่านที่เพิ่งอยู่อาศัยในคอนโด มองเห็นภาพความสำคัญของทรัพย์ส่วนกลาง ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลทรัพย์ส่วนกลาง และหน้าที่ของท่านเองในฐานะผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโด คือ การชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ตรวจสอบการบริหารงานของคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด การปฏิบัติตามระเบียบเงื่อนไขของการอยู่อาศัย ถ้าทุกท่านปฏิบัติตามนี้ได้ คอนโดของคุณ จะเป็นสังคมคอนโดที่น่าอยู่มากครับ.

Popularity: 19%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
รองศาสตราจารย์เอกชาติ  จันอุไรรัตน์

หลังจากเปลี่ยนเก้าอี้ประธานาธิบดีผิวสีอเมริกามาได้หมาดๆ ก็ต้องประสบกับเศรษฐกิจขาลงด้วยพิษของแฮมเบอร์เกอร์ ดีซีสที่ครอบคลุมทั่วยุโรปและเอเซียซึ่งร้ายแรงกว่าต้มยำกุ้ง ดีซีสเมื่อสิบกว่าปีก่อนในไทยที่ดูเหมือนจะหมุนเวียนเป็นเป็นวัฏจักรของการครบรอบ 10ปีทีหนที่โลกและเศรษฐกิจหมุนเร็วตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่มิอาจยั้งหยุดได้ ก็คงต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือละครับ คราวนี้ผลกระทบก็สาหัสเอาการ 

พูดมาถึงเรื่องเปลี่ยนเก้าอี้ไม่ใช่ที่เฉพาะอเมริกาเท่านั้นแต่เมืองไทยก็เช่นกันที่เปิดทำเนียบวันเด็กให้ลูกหลานชาวไทยไปทดลองนั่งกันอย่างสนุกสนานพร้อมคำขวัญอันยาวเหยียดที่ค่อนข้างยากจะจดจำแม้กระทั่งผู้ใหญ่เอง แต่เด็กสมัยนี้ฉลาดกว่ารุ่นก่อนเยอะมาก พวกการใช้แอพลิเคชั่นทั้หลายในคอมพิวเตอร์ มือถือและเกมส์ต่างๆ สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้ผมหันมาเสนอรูปแบบเก้าอี้และเครื่องเรือนหรูหราคุ้นหน้าคุ้นตาในแต่ละยุคสมัยที่ช่วยให้บ้านหรือที่ทำงานดูหรูหราขึ้นสำหับท่านที่เบื่อกับเรื่องราวในอดีตและอาจมีเงินซื้อของเมืองนอกในสไตล์หรูหราที่ราคาอาจลดลงมาตามเศรษฐกิจดูบ้างก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกันครับ  สำหรับเก้าอี้ตัวแรกเป็นเก้าอี้ในสไตล์โกธิคที่เป็นยุคสุดท้ายในสมัยยุคกลางที่คริสตศาสนามีอำนาจรุ่งเรืองสุดหรือที่ใครเรียกกันว่ายุคมืดเนื่องจากศิลปินและสถาปนิกขาดอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานเป็นของตนเอง พนักพิงของเก้าอี้ที่ได้มาจากรูปทรงของหน้าต่างของโบสถ์สไตล์นี้

  • clip_image003Gothic

    เฟอร์นิเจอร์แบบ Gothic เป็นสไตล์ที่กำเนิดมาจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรม ที่เกี่ยวกับความเชื่อความศรัทธาในคริสต์ศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณี ที่สืบทอดกันมาในยุคสมัยกลาง ปรากฎตัวครั้งแรกในอังกฤษในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยช่างเฟอร์นิเจอร์ ชื่อ Thomas Chippendale ซึ่งได้ประยุกต์เอาลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมแบบ Gothic เช่น ซุ้มประตู เส้นโค้งคล้ายอักษร S และดอกไม้สี่กลีบ ใส่เข้าไปอย่างเหมาะเจาะในการออกแบบชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ของเขา สไตล์ Gothic นี้ได้รับการฟื้นฟูและนำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และมีอิทธิพลอย่างมากต่อรูปแบบสไตล์ Arts and Crafts Movement ในช่วงเวลาต่อมา ตัวที่สองเป็นตู้เก็บของสไตล์บาโรคที่ใช้ทอง มาประดับพร้อมกับเทพเจ้าอุ้มโลกอยู่บนยอด มักไม่ค่อยปรากฎในเมืองไทยแต่มีลักษณะคล้ายเครื่องเรือนสมัยราชวงศ์ชิงเป็นอันมาก อันว่ามีนัยยะของการรับเอาอิทธิพลตะวันออกมาผสมผสานในด้านรูปทรง ซึ่งนับเป็นสมัยที่รุ่งเรืองสูงสุดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ริเริ่มสร้างพระราชวังแวร์ซายน์และฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจประเทศหนึ่งในยุคนั้น

 
clip_image001
  • Baroque

    สไตล์ Baroque เน้นการแสดงออกถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย และมีอำนาจ เลียนแบบศิลปะในเชิงการละคร และงานปฎิมากรรม ผสมผสานสไตล์ Classical และ Renaissance เข้าด้วยกัน แต่เน้นความใหญ่โตโอ่อ่า การแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เลือกใช้วัสดุเสริมและเทคนิคนำเข้าต่างๆ ในชิ้นงาน เช่น การประดับมุกและฝังพลอย การหุ้มเบาะนั่งด้วยผ้ากำมะหยี่อย่างหรูหรา รูปแบบเหล่านี้ถือเป็นสไตล์ Baroque ขนานแท้ที่ถือกำเนิดขึ้นในโรมันประมาณ คริสต์ศตวรรษ 1600 และแพร่หลายไปยังประเทศในแถบยุโรปและงอกงามในอีกหลากหลายพื้นที่ในช่วงเวลาต่อมา

 

 

 

ตัวที่สามเป็นเก้าอี้ของหลุยส์ที่ 15ในยุครอคโคโคของฝรั่งเศสที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา   คาดว่าแถวซอยประชาฯบางโพมีโครงเปล่าขายแล้วเราสามารถเลือกผ้าหุ้มเบาะทำสีได้เองครับประหยัดกว่าซื้อของนอกเยอะ

  • clip_image004 Louis XV
  • Louis XV ได้รับอิทธิพลโดยตรงมาจากสไตล์ Rococo คริสต์ศตวรรษที่ 18 ในช่วงพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เน้นความสะดวกสบาย เรียบง่าย ธรรมดา รวมเข้ากันกับการตกแต่งภายในที่กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ก็ยังคงใช้เฉดสีที่ดูร่ำรวย หรูหรา รวมทั้งใช้สีทองกั้นขอบเขตภายในของชิ้นงานด้วย สไตล์นี้ก่อให้เกิดรูปทรงเฟอร์นิเจอร์แบบใหม่ เช่น เก้าอี้ยาวที่มีพนักหลังและที่เท้าแขนหนึ่งด้าน (chaise longue) เก้าอี้มีที่เท้าแขน (armchair) และโต๊ะทำงานของสตรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของผู้หญิงในสังคมยุคนั้น สำหรับรูปแบบที่โด่งดังที่สุดในสไตล์นี้ คือ การประดับประดาด้วยชิ้นส่วนทองแดง และการลงรักสีดำบนผิวหน้าชิ้นงานซึ่งเลียนแบบเครื่องเขินสไตล์ Oriental

ตัวที่สี่ป็นชุดหลุยส์หรูหราสง่างามทั้งโต๊ะและเก้าอี้ในรูปแบบควีนส์แอนของอังกฤษ กับโต๊ะสไตล์รอคโคโคของฝรั่งเศสที่เข้าชุดกันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย     ตั้งไว้ในห้องรับแขกหรือห้องนอนก็สวยงามไม่หยอกเลยครับ

  • Rococo

    ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์เริ่มเบื่อหน่ายกับรูปแบบที่ดูแข็งกร้าว ใหญ่โต ของสไตล์ Baroque จึงมีความพยายามที่จะค้นหาสไตล์ที่นุ่มนวล เบา และมีลักษณะเหมือนผู้หญิง ในช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 18 สไตล์ Rococo จึงได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศฝรั่งเศส การออกแบบเฟอร์เจอร์จะเน้นรูปทรงสรีระของผู้หญิงที่มีความเพรียวไม่อุ้ยอ้ายเทอะทะ ปลายขาเก้าอี้จะเลียนแบบขาสัตว์เป็นหลัก (cabriole leg) รวมทั้งใช้ลวดลายรูปตัวอักษร C และ S ลวดลายเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ใบไม้ ดอกไม้ ลายเปลือกหอย แต่ยังคงใช้สีทองทาบนชิ้นงานอย่างประณีตงดงาม

clip_image005

  • Queen Anne
    สไตล์ Queen Anne เกิดขึ้นในอังกฤษช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1700-1715 พัฒนามาจากสไตล์ Rococo แต่เน้นความเรียบง่ายมากกว่าประเทศใดในแถบยุโรป ไม่ดูฟุ่มเฟือยและหรูหรา แต่คำนึงถึงสัดส่วนของชิ้นงานที่สง่างามเป็นสำคัญ โดยนิยมใช้ไม้สลักเบาเป็นวัสดุหลักในชิ้นงาน เช่น ชิ้นส่วนโค้ง ปลายขาเก้าอี้ที่เลียนแบบขาสัตว์ เปลือกหอย และทรงกลม รวมทั้งพนักพิงหลังรูปทรงแจกัน สไตล์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอเมริกาช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1725

เครื่องเรือนทั้งหลายแหล่ในแต่ละยุคนี้ยังมีอีกมา เอาที่คุ้นหน้าและคุ้นตามาเสนอให้ไว้พอจดจำได้ แล้วจะนำเสนอมาให้ดูเรื่อยๆนะครับ.

Popularity: 26%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google