Archive for January, 2009

“โฮมออฟฟิค” เป็นลักษณะที่อยู่อาศัยที่กำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะให้ประโยชน์ถึง 2 ด้าน เรียกว่า “ทูอินวัน” คือ เป็นทั้งที่ทำงานและอยู่อาศัยได้อีกด้วย ซึ่งถือว่า ตอบโจทย์คนในเมืองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของการเดินทาง ที่สามารถประหยัดทั้งเวลาและค่าน้ำมันได้มากโข

Fengshui-Jan-Home-Office-01 Fengshu-Jan-Home-Office-02

แต่..ในทางฮวงจุ้ยเอง กลับระบุเอาไว้ชัดว่า บ้านกับที่ทำงานไม่ควรจะอยู่ในที่เดียวกัน คอนเซ็ปท์ของโฮมออฟฟิศ คือเอาทั้งสองอย่างมารวมกัน โดยมองประโยชน์ที่ได้ในเรื่องของความสะดวกเพียงอย่างเดียว

ทำไมตำราถึงบอกว่าไม่ดี เหตุผลก็เพราะ การทำบ้านเป็นที่ทำงาน หรือทำที่ทำงานเป็นบ้านนั้น จะส่งผลเสียมากกว่า ทั้งในเรื่องของสุขภาพ และเรื่องของการทำงาน เสียในเรื่องของสุขภาพ ก็คือ ไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเวลาเดินขึ้นลงในบ้านก็มองเห็นงานที่กองอยู่ ทำให้วัน ๆ สมองจะคิดแต่เรื่องงาน ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย ส่วนผลเสียที่เกิดกับงาน ก็คือ ที่ทำงานที่มีสภาพแวดล้อมเหมือนบ้าน จะทำให้คนทำงานขาดแรงกระตุ้น มีความสบายๆมากเกินไป นึกอยากจะนอนก็เดินขึ้นไปนอนข้างบนได้ง่าย ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง 

แล้วอย่างนี้ ควรจะซื้อโฮมออฟฟิค หรือบ้านดีล่ะ
เรื่องนี้คงต้องถามตัวเองก่อนว่า ให้น้ำหนักเรื่องใดมากกว่ากัน ถ้าให้น้ำหนักเรื่องของการทำงานมากกว่าอยู่อาศัยก็น่าจะซื้อโฮมออฟฟิค แต่ถ้าซื้อเพื่อเน้นการอยู่อาศัยมากกว่า ทำงานในบ้านนิดหน่อย ก็น่าจะเลือกซื้อบ้านมากกว่า

ความเห็นผม โฮมออฟฟิศ จะเหมาะเป็นบ้านหลังที่ 2 คือ เวลาช่วงไหนมีงานมาก หรือต้องเร่งทำจนดึก ไม่มีแรงขับรถกลับบ้าน ก็สามารถนอนพักในที่ทำงานได้ มีลูกค้าผมหลายคนทำแบบนี้ แล้วแฮปปี้มาก ช่วงไหนงานว่างค่อยกลับบ้าน ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานมีมากขึ้น แต่ถ้าใครมีแผนที่จะซื้อโฮมออฟฟิคอยู่แล้ว สิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของที่จอดรถ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับที่ทำงานเลยทีเดียว ตำแหน่งที่เอื้อประโยชน์ในเรื่องนี้ จะมีอยู่ 2 จุดด้วยกัน คือ

  • ตำแหน่งหัวมุม เพราะมีพื้นที่จอดรถได้ 2 ด้าน คือ ด้านหน้ากับด้านข้าง
  • ตำแหน่งสุดซอย ก็จะได้ที่จอดรถมากกว่าตำแหน่งอื่น ห้องสุดซอยก็เป็นอีกตำแหน่งหนึ่ง ที่มีที่จอดรถได้มากกว่าจุดอื่น

อีกประเด็นหนึ่ง ที่ควรพิจารณาคือ การเลือกฝั่ง ให้เลือกด้านฝั่งขาเข้าจะดีกว่าขาออก เพราะกระแสเข้าจะสะดวกในการเข้าถึงที่ทำงานได้ง่ายกว่า คงพอเป็นไอเดียสำหรับคนที่กำลังไม่แน่ใจว่าจะรือโฮมออฟฟิคหรือซื้อบ้านดี ลองเอาไปพิจารณากันดูนะครับ

Popularity: 27%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

DIY-Jan-Spa-01 หลังวันทำงานที่อ่อนล้า อยากพักผ่อนให้คลายเหนื่อย พักผ่อนฟื้นฟูจิตใจและเนื้อตัวให้สดชื่น ด้วยสปา แต่หลายคนคงเหนื่อยเกินที่จะเดินทางไปที่ร้าน แต่สปาวันนี้ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะเราสามารถเนรมิตสปาเองได้ที่บ้าน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เปิดเพลงคลอเบา ๆ เตรียมอุปกรณ์ขัดผิว และน้ำมันนวดตัวไว้ข้าง ๆ เปิดน้ำขัด และ นวดตัวผ่อนคลาย แล้วที่สำคัญ ต้องจุดเทียนหอมเพื่อเพิ่มความผ่อนคล้าย แต่ถ้าจะใช้เที่ยนวางไว้ธรรมดาก็จะหาที่ตั้งลำบาก ทั้งไม่สวยงาม และยังมีน้ำตาเทียนที่จะเปื้อนห้องน้ำ..ลองหาโหลที่เหลือใช้เก็บมาล้าง ดัดแปลงนำมาทำเป็นที่ใส่เทียนวางไว้สวยงาม สามารถเปลี่ยนเทียนได้ และยังสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ดีอีกด้วย

  อุปกรณ์    
1. โหลแก้ว 2. สเปรย์กาว
3. ทรายทะเล 4. เทปกาว
5. เทียน 6. ดรายเป่าผม

 

  ขั้นตอนการทำ
1. นำโหลแก้วมาเช็ดทำความสะอาด แล้วใช้เทปกาวแปะเป็นลวดลายต่าง ๆ ตามต้องการ
2. พ่นสเปรย์กาวทับลงบนโหลแก้วที่ติดเทปกาวเรียบร้อยแล้ว
3. จากนั้นโรยทรายทับลงไปให้ทั่วโหลแก้ว นำดรายเป่าผมเป่าจนแห้ง หรือผึ่งไว้ให้แห้ง
4. พ่นสเปรย์กาวทับโหลทรายอีกรอบ แล้วโรยทรายทำซ้ำแบบเดิมอีกรอบ รอดหลทรายแห้งสนิท
5. ค่อย ๆ แกะเทปกาวที่ติดไว้ออกจนหมด ใส่ทรายลงในโหลแก้วเล็กน้อย (ไว้รองนำ้ตาเทียน)
แล้ววางเทียนลงบนทรายอีกที
6. แล้ววางเทียนลงบนทรายอีกที เมื่อจุดเทียนก็จะได้โหล คล้ายตะเกียงที่มีไฟวิบวับสวยงาม

DIY-Jan-Spa-02DIY-Jan-Spa-03DIY-Jan-Spa-04DIY-Jan-Spa-05

Tips :  1. ถ้าทรายที่โรยไปยังหนาไม่พอ ให้พ่นสเปรย์กาว และโรยทรายจนได้ตามความต้องการ แต่ในการทำแต่ละชั้นต้องรอให้ทรายแห้งสนิทดีเสียก่อน

          2. ก่อนที่จะแกะเทปกาวออก ต้องรอให้ทรายที่โรยไว้แห้งสนิทดีเสียก่อน เพราะถ้าแกะเร็วไป ทรายจะร่วงไม่เกาะที่โหล ทำให้ลวดลายไม่สวยงาม

Popularity: 21%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
รองศาสตราจารย์เอกชาติ จันอุไรรัตน์

Decorate-Jan-Art-of-Decoratองค์ประกอบและสุนทรียภาพในงานออกแบบภายในทั้งหลายล้วนปรากฏอยู่ในทัศนธาตุ (Visual Elements) ของสรรพสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ รวมถึงงานศิลปะ สถาปัตยกรรม ฯลฯ ที่ถูกนำมาร้อยเรียงจัดวางให้เกิดมุมมองทางสายตาประกอบด้วย จุด เส้น ระนาบ รูปร่าง รูปทรง ฯลฯ เพื่อสร้างงานออกแบบที่ตอบสนองรสนิยมและประโยชน์ใช้สอย นอกจากนี้หลักการจัดองค์ประกอบขึ้นอยู่กับมุมมอง ประสบการณ์ในการมองเห็นสัดส่วน ความกลมกลืน ความแตกต่าง ความสมดุล ฯลฯ ที่เชื่อมโยงกันสัมพันธ์กันในภาพ 3 มิติ ที่มัณฑนากรได้จินตนาการ สร้างสรรค์โดยรวบรวมเป็นแนวความคิดรวบยอดและผลิตออกเป็นงานที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ความต้องการ กาลเวลาในแต่ละสถานที่นั้น ๆ

  • จุด (POINT)

จุดแต่ละจุดที่มองเห็นอยู่ในกระดาษลอกลาย กระดาษไข พิมพ์เขียว ซีร็อก ล้วนมีความสำคัญในการสร้างรูปทรง รูปร่างกับพื้นที่ว่างของงานออกแบบตกแต่งภายใน อันจะนำมาซึ่งเส้นสายจังหวะและแบบอย่างที่แสดงถึงประโยชน์ใช้สอยและการประดับทางสายตา วัตถุสิ่งของเมื่อมองจากระยะไกลอาจจะกลายเป็นจุดเล็กๆในพื้นที่ว่าง โดยเฉพาะจุดวงกลมที่เน้นแสดงออกถึงนัยยะการตีความ สื่อสาร และสัญลักษณ์แทนค่าของเนื้อหาความหมายที่สามารถรับรู้ได้การอ่านแบบและแนวความคิดของสถาปนิก มัณฑนากร    

  • เส้น (LINE)

เส้น เกิดจากการนำจุดเล็กๆมางเรียงต่อกันจนเป็นส่วนประกอบของการสร้างรูปร่างรูปทรงของเส้น ซึ่งลักษณะของเส้นแต่ลอย่างให้ ความรู้สึก แตกต่างกัน เช่น เส้นตรง โค้ง เฉียง งอ หนา บาง เส้นประ ฯลฯ โดยเฉพาะเส้นนอน (Horizontal Line) และเส้นตั้ง (Vertical Line) ที่พบบ่อยในมุมมองของทัศนียภาพทั้งจากธรรมชาติและงานออกแบบทั้ง2 และ 3 มิติ การลากเส้นหมายถึงการแบ่ง จัดสรรบริเวณที่ว่างออกเป็นส่วน ๆ ด้วยรูปร่างหรือรูปทรงตามความเหมาะสมและการใช้งาน เส้นแสดงออกถึงสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงออกในงานเขียนแบบและลักษณะของแต่ละสไตล์งานออกแบบ เช่น เส้นตรงแนวนอน แนวตั้งที่เรียบง่ายตรงไปตรงมาในงานโมเดิร์น เส้นโค้งเว้า พลิ้วไหว เส้นของลวดลายในงานนีโอคลาสสิค อาร์ตนูโว ที่ส่วนใหญ่ได้แรงบันดาลใจจากพรรณพฤกษาในธรรมชาติ เป็นต้น

  • ระยะ (DIMENSION)

เป็นการบอกถึงระยะห่างของช่องว่าง ช่วงกว้าง แคบ และระยะทาง ที่มีผลต่อความรู้สึกทางจิตวิทยาและลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมสอดคล้องในแต่ละสถานที่ของผู้ใช้ ที่ครอบคลุมไปถึงระยะใกล้ไกลในทางวัฒธนธรรมของแต่ละชนชาติที่สั่งสมถ่ายทอดมาเป็นเวลายาวนาน ในการออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของต่างๆภายในห้องจะมีระยะมาตรฐานสากลกำกับ บ่งบอกไว้ในหนังสือเช่น Architect Data หรือว่า Human Dimension & Interior Space เป็นต้น แต่ในความเป็นจริงแล้วระยะห่างของแต่ละคนขึ้นอยู่กับสถานะ เพศ  วัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มิได้มีระยะกำหนดตายตัวเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ในแต่ละยุคสมัย รวมถึงบรรยากาศของสถานที่นั้น ๆ เช่นระยะห่างระหว่างโต๊ะนั่งในภัตตาคารที่มักกว้างกว่า ในผับ หรือในรถสาธารณะ  เป็นต้น   

  • ระนาบ (PLANE)

ความเป็นระนาบปรากฏอยู่ในธรรมชาติตลอดเวลาหากเราได้มีเวลาสังเกต สรรพสิ่งรอบด้านผ่านการรับรู้ในมุมมองแบบ 2 มิติที่มีความเป็นแผ่นเป็นพื้น บ่งบอกถึงลักษณะผิวของความต่างทางระบาบที่ซ้อนกันเป็นชั้นบ่งแสดงออกถึงระยะความกว้าง ลึก ใกล้ไกล ในจังหวะ และรูปทรงของแต่ละวัตถุ ระนาบทั่วไปแสดงออกถึงสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมของสภาพภูมิประเทศและท้องถิ่นที่เป็นแรงบันดาลใจแก่ สถาปนิก มัณฑนากร นักออกแบบหลายท่านที่ให้ความสำคัญด้วยการนำมาใช้ในองค์ประกอบของการจัดวางทางปริมาตรรูปร่างและโครงสร้างของงานออกแบบ เช่น อาคาร พื้น ผนัง เพดาน งานเฟอร์นิเจอร์ หรือ ของประดับตกแต่ง เป็นต้น โดยที่นักออกแบบหลายท่านใช้ระนาบแทนค่าสัญลักษณ์ในมิติต่างๆทางการรับรู้ทางสายตาและความรู้สึกทางใจ

  Decorate-Jan-Art-of-Decorat-02Decorate-Jan-Art-of-Decorat

  • รูปร่าง (SHAPE)

รูปร่างมีลักษณะเป็นเส้นรอบรูป (Outline) ที่บ่งบอกถึงรูปทรง (Form) ภายนอก ส่วนใหญ่ปรากฏเห็นแบ่งออกเป็น 2 รูปร่าง ใหญ่ ๆ คือ แบบธรรมชาติที่ลื่นไหล (Organic ) และแบบเรขาคณิต (Geometry) ที่ตรงไปตรงมา หลักแนวคิดของการออกแบบตกแต่งภายใน คือ การจัดวางองค์ประกอบของรูปร่างที่สัมพันธ์สอดคล้องในมุมมองมิติต่างๆเข้าด้วยกันกับปริมาตรและรูปทรง ตามรสนิยมหรือสไตล์ในงานออกแบบที่เป็นไปได้ทั้งสลับซับซ้อน เช่น งานสไตล์ดีคอนสตรัคชั่น  หรือแบบเรียบง่ายในสไตล์โมเดิร์น หรือมินิมัลก็ตาม การสร้างสรรค์รูปร่างขึ้นกับจินตนาการของมัณฑนากรที่สามารถมองทะลุในงานสามมิติ ที่มีองค์ประกอบสัมพันธ์ทั้งด้านผิวสัมผัส ขนาด และสี กับรูปร่างอื่น ๆ ได้ในภาพรวมของบรรยากาศได้อย่างเหมาะสมกลมกลืนหรือขัดแย้ง

  • รูปทรง (FORM)

บ่งบอกความแตกต่างของปริมาตรรูปทรงวัตถุ โดยมีแรงบันดาลใจจากที่มาจากหลากหลายแหล่ง ได้แก่ รูปทรงธรรมชาติ ตั้งแต่ สัตว์ พืช มนุษย์ ฯลฯ รวมถึงรูปทรงศิลปะแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะงานประติมากรรม และโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น จากภูมิปัญญาจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรกล บ้านพักอาศัย โบสถ์ หรือปิรามิด  เป็นต้น

รูปทรงนับเป็นลักษณะทางกายภาพที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้ บางครั้งได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในอดีต จากสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน หรือประสาทสัมผัส เส้นของรูปทรงมีเนื้อหา ประโยชน์ใช้สอยที่ประสานสอดคล้องทั้งภายนอกและภายในของแต่ละสรรพสิ่ง สำหรับรูปทรงในงานตกแต่งภายใน มีความสำคัญต่อการกำหนดบทบาท ปริมาตร พื้นที่ว่าง  จังหวะ  การสอดรับกับสไตล์ แนวความคิดที่สนองตอบต่อประสิทธิภาพการใช้งาน ในสภาวะ หน้าที่ต่าง ๆ กัน โดยที่วิวัฒนาการของรูปทรงจะเปลี่ยนไปตาม กระแสนิยมในแต่ละยุคสมัยที่มีปัจจัยทั้งด้าน เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และค่านิยมทางสังคมแต่ละกลุ่มคน

  • ขนาด (SIZE)

การกำหนดขนาดของพื้นที่หรือวัตถุในงานออกแบบตกแต่งภายในมีความสัมพันธ์กับ ขนาดส่วน สัดส่วนภายในพื้นที่ และปริมาตรที่มีอัตราส่วนผกผัน จากการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ โดยรอบที่ก่อเกิดการเปรียบเทียบระหว่างกันและกัน ทั้งนี้ขึ้นกับประสบการณ์ ของผู้ออกแบบในการกำหนดขนาดของห้องกับ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งในการสร้างความงามของขนาดที่เหมาะสมขนาดพื้นที่ว่างจะเป็นตัวกำหนดฟังก์ชั่นการใช้งาน ส่วนขนาดเฟอร์นิเจอร์มีบทบาทเชื่อมโยงต่อสรีระทางกายภาพตามหลักกายรศาสตร์ (Ergonomic) ของผู้ใช้งานด้วยเช่นเดียวกับรูปทรง

  • Decorate-Jan-Art-of-Decoratขนาดส่วน (SCALE)

ขนาดส่วนมีผลต่อความรู้สึกอย่างมาก เป็นมุมมองการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างขนาด สัดส่วนของสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งในงานออกแบบตกแต่งภายใน  จะปรากฏกับคำว่า Over scale ซึ่งหมายถึงขนาดส่วนสัมพันธ์ที่ใหญ่กว่าความรับรู้ตามปกติ (Perception) ด้วยการตั้งใจหรือไม่ก็ตามของมัณฑนากรผู้สร้างสรรค์ ก่อเกิดมุมมองใหม่ในประสบการณ์สายตาและความรู้สึกโดยวัดจากขนาดสัดส่วนของมนุษย์เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบความเหมาะสม เช่น ขนาดมาตรฐาน เหมาะสม (In scale)สำหรับประตูบานเดี่ยวจะมี ความกว้างประมาณ 0.90ม. สูง 2.00ม. ขณะเดียวกันหากเป็นห้องโถงขนาดใหญ่สามารถปรับให้สอดคล้องกับการใช้งานเป็น บานประตูคู่มักมีความกว้างประมาณ1.80ม. สูง 2.40ม. เป็นต้น ซึ่งหากอยู่ในขนาดที่ผิดแปลกแตกต่างไปจากเกณฑ์มาตรฐานกำหนดเรามักจะเรียกว่า Out of scale  สถาปนิกและมัณฑนากรหลายท่านมักใช้ขนาดส่วนเป็นแนวทางในการสร้างความน่าสนใจ ที่แตกต่าง นอกเหนือจากการใช้ สี  วัสดุ และรูปทรง

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักการสร้างดุลยภาพแห่งความงามบนพื้นฐานที่หลายคนมองข้ามแม้แต่มัณฑนากรหรือสถาปนิกเองก็ตาม เราในฐานะเจ้าของบ้านอาจจะต้องนำหลักการดังกล่าวมาคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอครับ แม้ว่ากระแสแฟชั่นของวงการออกแบบจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรก็ตาม ไม่ว่าจะปีนี้หรือปีหน้า อย่างไรก็ตามสถานการณ์เช่นนี้มีความสุขอยู่กับการแต่งบ้านก็น่าจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ไม่มากก็น้อยนะครับสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

Popularity: 32%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
01.01.2009

holiday-season-01 เริ่มต้นปีใหม่ กับความหวังใหม่ ที่หวังว่าทุกเช้าวันใหม่เมื่อตื่นขึ้นมาจะพบกับสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกับชีวิตของเรา ของครอบครัวและของทุกคนในโลก ปีนี้ทุกคนคงต้องเผชิญกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ละท่านอาจได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงขอนำไอเดีย ที่คิดว่าแต่ละท่านสามารถนำมาปรับใช้ เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดความสุข เกิดประโยชน์ในช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ ที่ปีนี้หยุดติดต่อเนื่องยาวนานเป็นสัปดาห์
ในเดือนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์รื่นเริง ช่วงเวลาของการอวยพร การส่งความสุข การมอบของขวัญแทนใจให้แก่กัน ในแต่ละปีเราจะใช้โอกาสในช่วงเดือนมกราคม ที่เป็นเดือนเริ่มแรกของปี ไปพบปะเยี่ยมเยียน ญาติสนิท เพื่อนฝูง หรือคนที่เรารัก คนที่เรารู้จัก เพื่อตอบแทนหรือเพื่อแสดงน้ำใจ ซึ่งผมถือว่าเป็นขนบธรรมเนียมที่ดี ไอเดีย ที่นำเสนอในตอนนี้ จึงขอมอบให้เป็นของขวัญแก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเน้นการช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลังงาน ในช่วงเทศกาลส่งความสุข ดังนี้ ครับ

1. ลด ละ เลิก การส่งบัตรอวยพรทางไปรษณีย์ ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณขยะ เพิ่มงานให้แก่บุรุษไปรษณีย์ ที่ต้องสิ้นเปลืองน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ ตระเวนตากแดดหน้าดำ ส่งบัตรอวยพรให้ตามตรอก ซอกซอย ต่างๆ เปลี่ยนมาเป็นการส่ง E-Card ทาง Email แทน ซึ่งท่านสามารถพิมพ์ข้อความตามที่ต้องการ เลือกรูปภาพตามที่ชอบ และเลือกจัดส่งให้คนที่คุณต้องการอวยพรในปีใหม่ พร้อมกันได้โดยไม่มีข้อจำกัด และไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย นะครับ (ยกเว้น ค่าไฟเล็กน้อย จากการใช้คอมพิวเตอร์)

2. บริจาคของขวัญของปีที่แล้ว หรือของที่ได้มาในปีนี้ แต่คุณไม่ได้ใช้ เช่น เสื้อผ้า อาหาร ชุดแก้วน้ำ ชุดกาแฟ ตุ๊กตาหมี โคมไฟ หรือของใช้อื่นๆ ที่ยังอยู่ในสภาพดี นำของเหล่านี้มาบริจาคเพื่อการกุศล นอกจากจะลดขยะและเพิ่มพื้นที่ว่างในบ้านแล้ว ยังได้ทำบุญอีกด้วย

 3. กล่องที่ใช้ใส่ของขวัญ ไม่จำเป็นต้องซื้อกล่องใหม่ เลือกใช้กล่องที่ใช้แล้ว เช่นกล่องของขวัญที่คุณได้รับมา นำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse & Recycle) เมื่อท่านได้รับของขวัญที่บรรจุในกล่องกระดาษสวยงาม หรือได้ขนมคุ้กกี้ ที่ใส่มาในขวดโหลแก้ว อย่าทิ้งของเหล่านี้ ควรเก็บไว้แล้ว เลือกนำมาใช้ใหม่ เช่น นำกล่องเปล่าของขวัญที่ได้รับ มาห่อใหม่ผูกโบว์เก๋ๆ เข้าไปสักนิด แล้วนำไปห่อของขวัญจับรางวัลกันเองภายในครอบครัว หรือนำขวดโหลเปล่าหลังจากทานคุ้กกี้หมด มาใส่ของแห้งต่างๆ ในครัว

holiday-season-02holiday-season-03

4. การจัดงานเลี้ยง งานสังสรรค์รวมถึงการตกแต่งบ้าน ควรเลือกใช้หลอดไฟ ที่มีกำลังไฟต่ำ (ค่าวัตต์ต่ำ) เนื่องจากหลอดไฟที่มีค่าวัตต์ต่ำจะกินไฟน้อยกว่าหลอดไฟที่มีค่าวัตต์สูงๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดเงินที่ต้องจ่ายเป็นค่าไฟฟ้า ในแต่ละเดือน การประดับตกแต่ง หลอดไฟภายในบ้าน อาจเลือกใช้หลอด LED (Light emitting diodes) แทนหลอดไส้ หลอด LED ให้แสงสว่างมากแต่กินไฟน้อย ประหยัดพลังงาน มีให้เลือกหลากสี ทั้งสีเหลือง สีแดง สีขาว (หลอด LED คือ หลอดไฟขนาดเล็ก แต่มีหลักการทำงานแตกต่างจากหลอดไส้ เพราะไม่มีการเผาไส้หลอด ดังนั้นหลอด LED จึงไม่เกิดความร้อน แสงสว่างเกิดจากการเคลื่อนของอิเล็กตรอนภายในสารกึ่งตัวนำ ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ในการทำทรานซิสเตอร์ หรือใช้ทั่วไปในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น นาฬิกาดิจิตอล รีโมทคอนโทล หน้าปัดอุปกรณ์ไฟฟ้า

5. ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หยุดการออกไปชอปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า นอกจากไม่ต้องไปเสียเงินช้อปปิ้งแล้ว เพราะเวลาไปห้างสรรพสินค้าทีไร คุณเคยไหมที่ตั้งใจว่าจะไปซื้อของอะไรสักอย่าง แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่าได้ของอื่นๆ ตามมาอีกหลายอย่าง เพราะเห็นแล้วบังเอิญถูกตา ถูกใจ หรือไปหลงคำโฆษณาที่ว่า ช่วงนี้ลดราคาพิเศษสุด แล้วเปลี่ยนมาเป็นการร่วมทำกิจกรรมภายในครอบครัว ด้วยการหาพันธุ์ไม้ ที่ชอบมาปลูกเพื่อความร่มรื่นและสวยงามภายในบ้าน นอกจากช่วยสร้างความผูกพันภายในครอบครัวแล้ว การที่เราปลูกต้นไม้ด้วยมือของเรา จะทำให้คุณรู้สึกรักบ้าน เพิ่มขึ้นด้วย 

6. เลือกของขวัญชนิดที่ไม่ต้องบรรจุกล่อง ไม่ต้องห่อกระดาษหรือผูกโบว์ให้ยุ่งยาก เช่น ให้บัตรของขวัญ บัตรรถไฟฟ้า บัตรดูหนัง

7. ถ้าคุณเป็นคนชอบช้อปปิ้ง ลองเปลี่ยนมาช้อปปิ้ง On line แทน เดี๋ยวนี้สินค้าเกือบทุกชนิด มีจำหน่ายทาง Internet สามารถเลือกช้อปและชำระเงินผ่านทาง website ได้เลย มีบริการจัดส่งถึงบ้าน ข้อดี คือ ช้อปเมื่อไรก็ได้ไม่มีปิดทำการ ช้อปได้นานเท่าที่ต้องการ ไม่เมื่อยขา ไม่เปลืองน้ำมัน ไม่เสียเวลาเดินทาง ใส่ชุดอะไรช้อปก็ได้ ช้อปไปรับประทานอาหารไปด้วยยังได้เลย

ปีใหม่นี้ ขอให้ทุกท่าน ใช้ช่วงวันหยุดพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วลองเลือกนำไอเดีย ที่เสนอมาปรับใช้ เพื่อช่วยกันทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ ดีกว่าครับ.

Popularity: 16%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google