Archive for November, 2008
การต่อเติมบ้าน หรือขยายตัวบ้านให้ใหญ่ขึ้น วิธีที่นิยมใช้กันมากอีกวิธีหนึ่ง ก็คือ การซื้อบ้านหลังติดกันเพื่อต่อเติมบ้านให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะบ้านในลักษณะอาคารพาณิชย์ หรือทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งมีผนังบ้านติดกันอยู่แล้ว
การต่อเติมบ้านจาก 2 หลังเป็นหลังเดียว ในทางฮวงจุ้ยบอกว่า สามารถทำได้แต่ต้องมีการปรับฮวงจุ้ยใหม่ โดยเฉพาะฮวงจุ้ยภายในบ้าน เพราะการซื้อบ้านหลังติดกันแบบบ้านภายในจะเหมือนกัน เมื่อทุบบ้านเป็นหลังเดียวจึงทำให้บ้านมีประตูรั้ว 2 ประตู ประตูบ้าน 2 ประตู บันได 2 บันได ครัว 2 ครัว ทุกอย่างเพิ่มขึ้นอีกเท่าหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ผิดฮวงจุ้ย
การปรับเปลี่ยนผังภายในบ้าน จึงมีความจำเป็นเพื่อให้บ้านกลายเป็นบ้านหลังเดียว จุดที่มีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลง ที่เห็นชัดๆก็จะเป็นประตูบ้านกับบันได ที่ควรจะเหลือแค่ 1 เดียว ข้อบัญญัติในทางฮวงจุ้ยระบุเอาชัดว่า ห้ามมีประตูบ้าน 2 ประตู มีบันได 2 บันไดอยู่ในบ้านหลังเดียว
การต่อเติมบ้าน 2 หลังให้เป็นหลังเดียวอีกลักษณะหนึ่ง ก็คือ การซื้อบ้านเดี่ยว 2 หลังซึ่งไม่ติดกัน แล้วเชื่อมต่อถึงกัน กรณีนี้อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนผังภายในของแต่ละหลัง ถ้าการต่อเติมเป็นเพียงการเชื่อมบ้านทั้งสองหลังเท่านั้น วิธีการต่อเชื่อมที่ถูกหลักฮวงจุ้ย อาจแค่ทำแนวทางเดินระหว่าง 2 บ้านก็ได้ โดยเอากำแพงที่กั้นระหว่างกลางออก และใช้ประตูรั้วประตูเดียวร่วมกัน แต่การทำลักษณะนี้ การอยู่อาศัยยังคงแยกกันอยู่คนละหลัง ไม่ใช่หลังเดียว
แต่ถ้ามีการต่อเติมแบบ 2 หลังเชื่อมติดกัน การจัดผังภายในบ้านจะต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ประตูบ้านใหญ่จะต้องกำหนดให้มีได้ประตูเดียว ห้ามมี 2 ประตู ผังภายในก็ต้องขยับตามส่วนที่มีการต่อเติมเพิ่ม ต้องวางผังภายในใหม่หมด เพื่อให้เป็นแบบบ้านเดี่ยวหลังเดียว
การต่อเติมแบบบ้านหลังเดียว จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบบ้านเดิมทั้งสองหลัง ให้มีประตูเข้าเพียงประตูเดียว
มองจากนอกบ้านจะต้องเป็นบ้านหลังเดียว ไม่ใช่สองหลัง
การต่อเติมบ้าน 2 หลังเป็นหลังเดียวนั้น จุดที่ต้องระมัดระวังให้มาก ก็คือ การสร้างความเป็นเอกภาพเดียวกันให้กับบ้าน ทั้งภายนอกและภายใน การต่อเติมจึงต้องเน้นในเรื่องความกลมกลืนให้มาก เพราะถ้าขาดเรื่องนี้แล้ว บ้านจะเสียดุลยภาพ ซึ่งส่งผลให้ฮวงจุ้ยบ้านเสียไปด้วย…
Popularity: 27%
สำหรับท่านที่ตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ได้ตามที่ปรารถนาไปแล้ว สิ่งที่ท่านควรเตรียมการและวางแผน อันดับต่อไปก็คือ การขอสินเชื่อ ซึ่งมีเรื่องสำคัญที่จักต้องวางแผนทางการเงินให้ถ้วนถี่ ก่อนตัดสินใจ เพราะมีผู้ที่ต้องสูญเสียบ้าน จากความประมาทไม่มีการเตรียมตัววางแผนทางการเงินให้ดีก็มีมากมายครับ มาดูกันว่าควรรู้และวางแผนอย่างไรบ้าง ในการขอสินเชื่อเพื่อที่พักอาศัย เป็นสินเชื่อระยะยาว ใช้เวลาผ่อนชำระหนี้ตั้งแต่ 5 ปี ถึง 30 ปี แล้วแต่ฐานะการเงินของแต่ละคน ดังนั้น
ปัจจัยที่สำคัญ คือ รายได้ ความมั่นคงในหน้าที่การงาน หรือการทำธุรกิจ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ใช้เป็นคุณสมบัติหลักในการพิจารณาว่า ควรจะอนุมัติให้สินเชื่อหรือไม่ นอกจากนี้จะมีการดูประวัติทางการเงิน ถ้ามีประวัติดีก็มีส่วนช่วยให้ได้สินเชื่อง่ายขึ้น แต่หากมีหนี้สินมาก หรือมีประวัติทางการเงินที่ไม่ดีนัก โอกาสที่จะถูกปฏิเสธ ก็ย่อมมีมากแน่นอน
ปัจจัยต่อมา จากรายได้ของเรา ธนาคารจะมากำหนด เงินค่างวดในการผ่อนบ้าน ตามความสามารถของเรา โดยแต่ละธนาคารคิดไม่เหมือนกัน บางธนาคารคิด 30% หรือ 1 ใน 3 ของเงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่าย บางธนาคารคิด 50% เช่น ถ้าใช้เกณฑ์ 30 % หากเงินเดือน 50,000 บาท ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (บัตรเครดิต หรือผ่อนรถ) คุณจะสามารถผ่อนได้เดือนละ 15,000 บาท แต่หากคุณมีค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้านอีกหลัง ให้เอาเงินเดือนแล้วลบค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้านออกก่อน หากมีบัตรเครดิต ให้คิดเป็นรายจ่ายอย่างต่ำใบละ 1,000 บาท แล้วคิด 30 % ของรายได้ที่เหลือ ดังนั้นหากคิดจะมีบ้าน ควรเคลียร์รถ บ้านหลังเดิมและบัตรเครดิตให้มากที่สุด และที่สำคัญคือ การจ่ายหนี้ทุกอย่างให้ตรงตามเวลา จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องเครดิตบูโร
เรื่องต่อมา คือ เรื่องรายจ่าย เราต้องรู้จักตัวเองไม่หลอกตัวเองครับ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรทำสรุปรายจ่ายประจำในแต่ละเดือน และวางแผนเป็นปี โดยการทำรายละเอียดของรายจ่ายในปัจจุบัน และประมาณการรายจ่ายที่อาจเกิดในอนาคต เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก เราไม่อาจมั่นใจได้เลยว่าในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า จะสามารถรับผิดชอบภาระการผ่อนค่างวดบ้านของเราได้หรือไม่ เช่น อีก 1-2 ปี ข้างหน้าท่านอาจจะต้องเปลี่ยนรถใหม่เพื่อทดแทนรถเก่าที่หมดสภาพ หรือปีหน้าต้องส่งลูกเข้าโรงเรียนเอกชน ซึ่งจะทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น และกระทบต่อการเงินแน่นอน
จะเลือกระยะเวลาในการผ่อนชำระบ้านแบบใด
เนื่องจากระยะเวลาในการผ่อนชำระจะมีผลโดยตรงกับดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย เพราะฉะนั้นการกำหนดระยะเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญควรจะพิจารณา ธนาคารจะพิจารณาเรื่องอายุของผู้ขอสินเชื่อด้วย หากอายุมากแล้วการผ่อนชำระแบบระยะเวลานานเกินวัยเกษียณ ที่ไม่สามารถทำงานได้ ธนาคารคงไม่สามารถให้สินเชื่อ โดยทั่วไประยะเวลาการผ่อนชำระคิด โดยเอา 60 - อายุของคุณ = จำนวนปีที่ต้องผ่อนชำระ หากมีผู้กู้ร่วม (กู้ร่วมได้สูงสุด 3 คน) คือ รายได้จะคิดจากรายได้ของผู้กู้ร่วมมารวมกัน ส่วนปีที่ต้องชำระให้คิดโดยใช้ผู้กู้ร่วมคนที่มีอายุน้อยที่สุด
การเลือกระยะเวลาในการผ่อนชำระนั้น ไม่ได้จำเป็นว่าหากใช้เวลาน้อยปีจะดี หรือเลือกแบบนานหลาย ๆ ปี แล้วจะดีกว่าเสมอไป เพราะระยะเวลาจะมีผลโดยตรงกับดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย โดยหากเราเลือกแบบที่มีระยะเวลานานๆ เพื่อให้อัตราผ่อนในแต่ละเดือนน้อยๆ ซึ่งเป็นแบบที่หลาย ๆ ท่านชอบ ก็ขอให้คิดคำนวณถึงเงินค่าดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายตลอดระยะเวลาจนครบสัญญา ด้วยว่ารวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้นเท่าไร ลองคำนวนกลับคิดเป็นร้อยละอัตราดอกเบี้ย ดูแล้วจะรู้สึกตกใจและเสียดายเงิน หรือหากเลือกแบบระยะเวลาสั้น 5 ปีเพราะไม่อยากจ่ายดอกเบี้ยมาก คุณก็จะต้องมีภาระผ่อนในแต่ละเดือนสูงมาก ซึ่งคุณต้องมั่นใจว่ามีความสามารถพอที่จะแบบรับภาระได้ตลอดอายุสัญญา
สิ่งสำคัญ คือ การวางแผนการเงินที่รอบคอบ คิดหน้าคิดหลังเผื่อไว้ ใช้จ่ายอย่างพอเพียง และหากทำได้ ควรเลือกผ่อนชำระเพิ่มในบางงวด เช่น เมื่อได้โบนัส ก็ชำระมากกว่าปกติ เพื่อไม่ให้ต้องแบกภาระดอกเบี้ยมากเกิน ซึ่งสามารถทำได้ ลองคุยรายละเอียดกับผู้ให้สินเชื่อดูครับ.
Popularity: 15%
หลังจากฝนตกก็อยากจะออกไปเดินชมสวน สูดกลิ่นธรรมชาติให้ชื่นใจ แต่ครั้นจะเดินออกไป ก็พบกับความเฉอะแฉะของสนามหญ้าในสวนที่มีน้ำเจิ่งนองเติมไปหมด เลยต้องชมสวนผ่านกรอบหน้าต่างแทน
…ทางเดิน (กลีบดอกไม้) ในสวนน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การเดินชมสวนในช่วงหน้าฝนของคุณสบายขึ้น อีกทั้งยังใช้ตกแต่งให้สวนคุณให้ดูดีได้อีกด้วย และที่สำคัญช่วยสร้างหวงจุ้ยให้กับบ้าน เปรียบกับสำนวนที่ว่าทางเดินโรยกลีบกุหลาบ ให้ชีวิตเดินได้อย่างราบเรียบทีนั้ก็ออกมาเดินชมสวนได้อย่างสบายใจ
อุปกรณ์
1. โฟม หนา 2 นิ้ว
2. กระดาษแข็ง (สำหรับร่างแบบ)
3. ปูนซีเมนต์สำเร็จรูป หรือปูนซีเมนต์ขาว
4. สีพลาสติก หรือสีน้ำ (เลือกสีตามชอบ)
5. คัทเเตอร์
6. แปรงทาสี
7. แผ่นพลาสติกรองพื้น
8. กระดาษกาว หน้ากว้าง 3 นิ้ว
ขั้นตอนการทำ
1. ตัดกระดาษแข็งเป็นรูปดอกไม้ตามที่ต้องการ เสร็จแล้วนำไปติดบนโฟม
2. ใช้คัทเเตอร์ตัดโฟมตามแบบรูปดอกไม้ นำส่วนที่เป็นดอกไม้ทิ้งไป ใช้เฉพาะขอบนอกของดอกไม้ และเกสรตรงกลางไว้
3. นำกรอบที่ได้มาตัดออกเป็น 4 ส่วน ใช้กระดาษกาวติดแบบที่ตัดออกให้ประกบกัน (เพื่อเวลาแกะแบบออกจะได้แกะง่าย)
4. นำแบบที่ได้วางบนแผ่นพลาสติกรองพื้น เทปูนซีเมนต์ที่ผสมแล้วลงบนแบบ เกลี่ยปูนให้ทั่ว (จะเกลี่ยให้เรียบ หรือจะให้เป็นรอย texture ก็สวยไม่ใช่เล่น) โดยเว้นให้เห็นโฟมเกสรตรงกลางไว้ ทิ้งไว้หนึ่งคืน
5. แกะโฟมออกจากแบบ ใช้คัทเตอร์ตกแต่งดอกไม้ตามขอบที่ปูนเลยออกมาให้สวยงาม
6. ทาสีลงบนแบบ ทิ้งไว้ให้แห้ง
Tips: สามารถทำแบบเป็นรูปสัตว์ หรือตุ๊กตาได้ตามใจชอบ แต่ขอให้เลือกแบบที่ไม่ต้องมีรายละเอียดมากนัก
Popularity: 19%
รองศาสตราจารย์เอกชาติ จันอุไรรัตน์
ไหน ๆ จะย้อนยุคกันซักที คราวนี้มีสไตล์การตกแต่งภายในแบบอียิปต์มาฝาก เรียกกันว่าย้อนยุคให้มันสุด ๆ กันไปเลย แล้วลองดูว่าจะนำมาประยุกต์สู่ยุคสมัยปัจจุบันได้ทันต่อกระแสที่เปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน
ลวดลายของการออกแบบนั้น ชาวอียิปต์จะนำลักษณะของสัตว์ต่าง ๆ มาเป็นแบบในการประยุกต์ใช้ ทั้งงานจิตรกรรม งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม และงานออกแบบอื่น ๆ เช่น ในการออกแบบเก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์ตัวหนึ่งนั้น ชาวอียิปต์จะนำลักษณะของเท้าสิงห์มาเป็นขาของเฟอร์นิเจอร์ตัวนั้น ๆ เนื่องจากมีความเชื่อว่า สิงห์เป็นจ้าวป่า นับว่าเป็นสัตว์ที่มีความยิ่งใหญ่ จึงออกแบบมาเพื่อผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ อารยธรรมอียิปต์โบราณ (Ancient Egypt)อยู่แถวบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ แม่น้ำสองสาย ที่ปัจจุบันกลายเป็นประเทศกรีซ โดยสายหนึ่งเรียกว่า แม่น้ำไนล์ขาว (White Nile) มีต้นน้ำอยู่ที่ราบสูงบริเวณทะเลสาบวิกตอเรีย ไหลผ่านหุบเขาที่เป็นหน้าผาเทลาดไปจนสุดสายตา มาบรรจบกับแม่น้ำไนล์สีน้ำเงิน (Blue Nile) ซึ่งไหลมาทางทิศตะวันออก เมื่อแม่น้ำทั้งสองสายรวมตัวกัน ก็ไหลผ่านหินทรายอันแข็งแกร่ง ซึ่งน้ำเซาะตัดยาก กระแสน้ำได้กัดซอกหินที่คดเคี้ยวและคับแคบ ทำให้เกิดแก่งน้ำถึง 6 แห่ง เรียกว่า แก่งน้ำตก (Cataract)
อียิปต์อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือจรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศใต้จรดเอธิโอเปีย ทิศตะวันออกจรดทะเลแดง และทิศตะวันตกจรดทะเลทรายสะฮาร่าและทะเลทรายลิเบีย อากาศค่อนข้างจะแห้งแล้ง มีฝนตกแต่เพียงเล็กน้อย อียิปต์มีแม่น้ำไนล์ซึ่งมีความยาวประมาณ 4000 ไมล์ไหลผ่าน ช่วยให้บริเวณสองฝั่งแม่น้ำชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำจะไหลมาจากแถบภูเขาเอธิโอเปีย แล้วไหลลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นับเป็นเวลาหลายพันปี น้ำได้พาโคลนมาทับถม จนกลายเป็นสันดอนขึ้น ทำให้แตกเป็นรูปพัด ก่อนไหลลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณนี้จะอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ เรียกว่า เดลต้า (Delta)
จากน้ำตกแก่งที่ 1 ตั้งแต่อัสวันลงไป ประมาณครึ่งหนึ่งของแม่น้ำ บริเวณเหล่านี้ค่อนข้างจะแห้งแล้ง เรียกว่า อียิปต์บน (Upper Egypt) ต่อจากอียิปต์บน แม่น้ำไนล์ไหลผ่านร่องน้ำไปสู่ดินแดนที่ลุ่มกว่า แล้วแตกเป็นรูปพัดก่อนไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์กว่า เรียกว่า อียิปต์ล่าง (Lower Egypt) ดังนั้นเมื่อดูแผนที่อียิปต์จะเห็นว่าอียิปต์บนจะอยู่ตอนล่าง และอียิปต์ล่างจะอยู่ตอนบนของแผนที่
เรื่องราวของอียิปต์ปรากฏตั้งแต่ 4000 ปีก่อนคริสตกาล สภาพความเป็นอยู่ในระยะแรก ๆ อยู่รวมกันเป็นหมู่ โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านเป็นผู้ดูแลปกครอง เมื่อขนาดของหมู่บ้านขยายใหญ่ขึ้น จึงกลายเป็นรัฐหรือจังหวัด เรียกว่า โนมิส (Nomes) จนกระทั่งประมาณ 3200 B.C. เมนิส (Menes) จากอียิปต์บน ได้รวบรวมรัฐหรือจังหวัดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แล้วสถาปนาราชวงศ์ขึ้นปกครองอียิปต์เป็นครั้งแรก เป็นการเริ่มต้น ประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ (Dynastic Period)
การเลือกใช้สีของชาวอียิปต์ในการทำงานศิลปะและการออกแบบนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสีสันที่ฉูดฉาดและใช้สีที่ตัดกัน ทำให้งานศิลปะต่างๆค่อนข้างที่จะดูโดดเด่น
การปกครอง
การปกครองในระยะแรก ๆ เป็นไปอย่างง่าย ๆ มีกษัตริย์ปกครองเรียกว่า ฟาโรห์ (Pharaoh) ซึ่งหมายถึงบ้านใหญ่ (The big house) อียิปต์นับถือฟาโรห์เสมือนพระเจ้าองค์หนึ่ง เพราะเชื่อว่าฟาโรห์คือเทพเจ้าลงมาจุติ เพื่อปกป้องและคุ้มครองตน ฟาโรห์จึงมีฐานะเป็นกษัตริย์และเทพเจ้าในเวลาเดียวกัน การบริหารงานส่วนใหญ่จะขึ้นกับฟาโรห์ เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ขยายใหญ่ขึ้น งานของฟาโรห์ก็มีมากขึ้น จึงจำเป็นต้องแต่งตั้งผู้ช่วย ในการบริหารและปรึกษาราชการ บุคคลที่ฟาโรห์แต่งตั้งขึ้นมาเรียกว่า วิเซียร์ (Vizier) หรืออัครมหาเสนาบดี ต่อมาฟาโรห์กับวิเซียร์ ได้แต่งตั้งข้าหลวงที่เรียกว่า โนมาร์ค (Nomarchs) ขึ้นมาอีก โดยให้มีหน้าที่ไปปกครองท้องถิ่นที่เรียกว่า โนมิส (Nomes) ทำให้งานบริหารเป็นไปค่อนข้างเรียบร้อย ตำแหน่งทางราชการที่สำคัญอีกตำแหน่งหนึ่ง คือตำแหน่ง อาลักษณ์ (Scribe) ประจำอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในเมืองและท้องถิ่น ทำหน้าที่จดบันทึกต่าง ๆ ตำแหน่งอาลักษณ์เป็นที่ต้องการกันมากของชายหนุ่มชาวอียิปต์ เพราะเป็นตำแหน่งทางราชการที่คนชั้นธรรมดาสามัญจะก้าวขึ้นมาได้
พลเมืองของอียิปต์แบ่งเป็น 4 ชั้น
| ชั้นสูง | ประกอบไปด้วยคน 2 พวก คือ |
| Priests | ได้แก่ นักบวชที่เรียกว่า พระ เป็นบุคคลที่มั่งคั่งที่สุด รองลงมาจากฟาโรห์ มีความรู้สูงและเคร่งครัดในศีลธรรม เป็นบุคคลกลุ่มเดียวที่ได้รับการศึกษาเล่าเรียนอ่านออกเขียนได้อย่างชำนาญ นอกจากนี้ยังฝึกให้เป็นแพทย์ เพื่อรักษาโรคภัยต่างๆ เรียนรู้การผ่าตัดคนไข้ รักษาพยาบาลและเรียนรู้การรักษาศพไว้ไม่ให้เน่าเปื่อย |
| Nobles | ได้แก่ พวกขุนนางหรือทหาร มีหน้าที่ป้องกันบ้านเมือง และรับใช้ฟาโรห์โดยตรง นอกจากรบทัพจับศึกแล้ว ยังทำหน้าที่เก็บภาษีด้วย |
| ชั้นกลาง | ประกอบไปด้วยคน 2 พวก คือ |
| Scribes | ได้แก่ อาลักษณ์ผู้จดบันทึกต่างๆ |
| Craftsmen, Merchants | ได้แก่ ช่างและพ่อค้าในตัวเมือง ผลิตสินค้าและจำหน่าย เช่น เครื่องทอง เครื่องไม้ เครื่องหนัง ฯลฯ |
| ชั้นต่ำ | ได้แก่ พวก Peasants ซึ่งเป็นชาวนา พวกนี้ต้องทำงานอย่างหนัก มีสภาพความเป็นอยู่อย่างยากแค้น |
| Slaves | ได้แก่ พวกทาส พวกนี้ไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด แม้จะทำงานอย่างหนัก ก็ไม่อาจเป็นเสรีชนได้ |
Ancient Egyptian Fashion
สำหรับแฟชั่นการแต่งกายสไตล์อียิปต์ก็โดดเด่นมีสีสรร สังเกตุจากการแสดงแฟชั่นโชว์ของห้องเสื้อชั้นนำต่างประเทศที่ได้รับแรงบันดาลใจมาประยุกต์ใช้ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ
| Royalty : ชนชั้นสูง | Nobility : ตำแหน่งทางราชการ |
| Priesthood : นักบวช | Soldier : นักรบ |
| Workers : ชนชั้นแรงงาน |
ครับไหน ๆ ก็ได้สไตล์การตกแต่งไปแล้วขอพ่วงความรู้เรื่องวิชาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เผื่อจะนำไปดัดแปลงใช้สอยได้อย่างมีหลักการสำหรับท่านที่สนใจด้วยครับ
Popularity: 25%






