Archive for September 15th, 2008

15.09.2008

DIY-Sep-flowerpot-01ช่วงมรสุมตอนนี้ทำให้มีฝนตกแทบทุกวัน ดับอากาศที่ร้อนระอุในเมืองได้อย่างดี หลังฝนตกจะให้อากาศเย็น หลาย ๆ คนอยู่บ้านพักผ่อน ครั้นมองออกไปที่นอกหน้าต่างบ้านที่สวนในบ้าน อยากจะเห็นดอกกล้วยไม้ที่ปลูกไว้ ออกดอกให้เห็นหยดนำ้ เกาะพราวตามต้น พลันกลับเห็นใบกล้วยไม้แห้งเหี่ยวอยู่บนเศษกิ่งไม้ที่ปลูกไว้  นึกเสียดายที่ไม่มีเวลาดูแล ใส่ปุ๋ย ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงหน้าฝนอย่างนี้ หลาย ๆ คนที่รักการปลูกดอกกล้วยไม้ แต่ไม่มีเวลาดูแล หรือไม่มีความอดทนรอให้กล้วยไม้ออกดอกได้ เรามีไอเดียประดิษฐ์เศษกิ่งไม้ที่เฉาทิ้งไว้แห้งเหี่ยวให้พลันมีชีวิต ชีวา ไม่แห้งเหี่ยว ด้วยการทำกระถางกาฝากไว้สำหรับปลูกต้นไม้ หรือดอกไม้ ที่สามารถปลูกได้ในที่ร่มรำไร หรือในที่ร่ม อีกทั้งยังไม่ต้องการดูแลมากนัก มาให้คุณที่รักต้นไม้ทำ เข้ากับบรรยากาศดีกว่า

อุปกรณ์  1. เศษไม้ หรือกิ่งไม้
  2. กระถางพลาสติกขนาดเล็ก
  3. ตะแกรงลวด
  4. ลวดเส้นใหญ่
  5. คีม
  6. สว่านไฟฟ้า สำหรับเจาะรู
  7. ต้นไม้ หรือดดอกไม้ที่ชอบ
   (ให้เลือกต้นไม้ที่ปลูกได้ในที่ลมรำไร)

ขั้นตอนการทำ
1. นำตะแกรงลวดมาตัดแล้วม้วนเป็นวงกลมให้มีขนาดพอดีกับกระถางพลาสติกที่เตรียมไว้
2. ยึดตะแกรงลวดและกระถางพลาสติกติดกับกิ่งไม้ด้วยลวด ให้ติดไว้ 2 เส้นเพื่อความคงทน
3. เจาะรูที่ด้านบนของกิ่งไม้
4. ตัดลวดความยาวตามต้องการ มาร้อยเข้าที่รูทำเป็นรูปขอเกี่ยวสำหรับไว้แขวน
5. นำต้นไม้ หรือดอกไม้ลงกระถาง

DIY-Sep-flowerpot-02 DIY-Sep-flowerpot-03

Tips: สามารถใช้ขวดแก้วแทนกระถาง เพื่อทำเป้นแจกันแขวนประดับภายในบ้านได้

Popularity: 17%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

credit03ปัจจุบัน การที่คนส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้สถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้จากการใช้บัตรเครดิต ลูกหนี้จากการซื้อที่อยู่อาศัยหรือซื้อรถยนต์ ที่มีราคาหลายแสนหลายล้านบาท ส่วนใหญ่จำเป็นต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งจากสถาบันการเงินและทำการผ่อนชำระในแต่ละเดือน เป็นระยะเวลานานหลาย ๆ ปี บางท่านอาจไม่คิดว่าการติดค้างหนี้บัตรเครดิตหรือการไม่ผ่อนชำระหนี้ตามกำหนด ซึ่งอาจจะด้วยมีปัญหาหรือความจำเป็นอะไรในช่วงเวลาหนึ่งเวลาใดก็ตามและท่านละเลย หลงลืม ไม่มีการติดต่อกับเจ้าหนี้สถาบันการเงินเหล่านั้น จะกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ และต้องมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอีกครั้ง ทำให้ท่านต้องเสียเครดิตไปโดยไม่รู้ตัว

ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 มาตรา 25 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าของข้อมูล ให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะตรวจสอบข้อมูลของตนจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิตของบุคคลจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิต ของลูกหนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่แท้จริงไม่เกิน 3 ปี สำหรับบุคคลธรรมดา ส่วนลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจะเก็บข้อมูลไว้เป็นเวลา 5 ปี โดยข้อมูลใหม่จะเข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่าไปเรื่อย ๆ โดยสถาบันการเงินจะส่งรายงานประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ทุกรายไปยังเครดิตบูโรทุกสิ้นเดือน

หากจำได้ ในตอนที่คุณจะซื้อรถยนต์หรือซื้อบ้าน คุณจะได้รับแบบฟอร์มจากพนักงานขายให้กรอกแบบฟอร์มเพื่อยินยอมให้ทำการตรวจสอบข้อมูลการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิตของคุณจากเครดิตบูโร ประกอบกับการยื่นขอสินเชื่อซึ่งทำให้สถาบันการเงินสามารถที่จะเรียกดูข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของคุณได้และนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

credit04 “เครดิตบูโร” จะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลของการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิต ซึ่งข้อมูลนี้จะประกอบไปด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน ประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิต รวมเรียกว่า “รายงานข้อมูลเครดิต” รายงานข้อมูลเครดิตจะมีการบันทึกและจัดเก็บวงเงินยอดหนี้คงค้าง รวมถึงประวัติการผิดนัดชำระในแต่ละสิ้นเดือนย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี ดังนั้นการชำระสินเชื่อให้ตรงเวลาทุกครั้ง จะเป็นการรักษาเครดิตของคุณที่ดีที่สุด

ด้วยข้อมูลเครดิตนี้จะทำให้สถาบันการเงินรู้วินัยทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากผู้ขอสินเชื่อมีประวัติการชำระที่ดี การ เปิดเผยข้อมูลเครดิตก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ เราคงได้ยินบางท่านพูดว่า ไม่ได้รับสินเชื่อเพราะติดแบล็กลิส (Black list) จากเครดิตบูโร จริง ๆ แล้ว เครดิตบูโรไม่ได้มีการจัดทำแบล็กลิสของผู้ขอสินเชื่อ เพราะเครดิตบูโรมีขอบเขตหน้าที่ในด้านการรวบรวมประวัติหรือพฤติกรรมในการชำระหนี้ หรือความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ทุกบัญชีจากสถาบันการเงินเท่านั้น ช่วยให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยหากเป็นลูกค้าที่ดี สถาบันการเงินจะใช้ข้อมูลเครดิตเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการพิจารณาสินเชื่อ การตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่ให้สินเชื่อนั้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น รายได้ หลักประกัน บุคคลผู้ค้ำประกัน เป็นต้น

ถึงแม้คุณชำระหนี้ที่เคยค้างค่าบัตรเครดิตไปหมดแล้ว แต่ยังมีข้อมูลอยู่ในรายงานข้อมูลเครดิตที่จะรายงานตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขประวัติเดิมได้ หากคุณเคยค้างชำระไว้ ข้อมูลก็จะปรากฏว่า ในเดือนที่คุณค้างชำระว่า “ค้างชำระ”  และเมื่อคุณได้ชำระหนี้ไปแล้ว จะมีข้อมูลใหม่ขึ้นมาว่า คุณชำระเรียบร้อยแล้วหรือปิดบัญชีแล้ว โดยที่ข้อมูลการค้างชำระเดิมไม่ได้ถูกลบออกไป จนกว่าข้อมูลนั้นจะถูกลบออกไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ 3 ปี

ดังนั้นผู้ที่มีบัตรเครดิต ไม่ควรมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนสูงเกินไป จนทำให้รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายหลักในการดำรงชีพไม่เพียงพอสำหรับชำระหนี้ขั้นต่ำในแต่ละงวดภายในระยะเวลาที่กำหนด ควรมีบัตรเครดิตในจำนวนเท่าที่พอเพียงต่อความจำเป็น และควรปิดบัญชีบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้แล้ว เพราะโดยปกติสถาบันผู้ให้สินเชื่อจะดูขีดความสามารถในการจับจ่ายว่ามีขีดความสามารถในการชำระหนี้ได้ขนาดไหน หากมีจำนวนบัตรเครดิตมาก แนวโน้มการก่อหนี้ก็จะมีมากขึ้น

คุณสามารถขอดูรายงานข้อมูลเครดิตของตนเองได้ โดยการยื่นคำขอที่ส่วนบริหารข้อมูลผู้บริโภค บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือธนาคารนครหลวงไทย ทุกแห่งทั่วประเทศมีค่าธรรมเนียมเพียง 100 บาท หวังว่าจะรักษาเครดิตของตนเองกันได้ดีทุกคนนะครับ.

Popularity: 100%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google