Archive for July, 2008

bright“ห้ามวางทีวีไว้ปลายเตียง จะส่งผลร้ายต่อผู้นอนได้”

นี่เป็นคำกล่าวของซินแสฮวงจุ้ยบางคน ที่สร้างความกังวลไม่น้อยให้กับผู้คนจำนวนมาก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกือบจะทุกบ้าน ห้องนอนมักจะมีทีวีอยู่ในห้องแทบทั้งสิ้น และตำแหน่งของทีวีก็มักจะวางปลายเตียงเสียด้วย เพราะนอนดูง่ายที่สุด

ความจริงในตำราไม่ได้ระบุเอาไว้เฉพาะทีวีอย่างเดียว แต่จะรวมเอาเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดด้วย แต่ทีวีดูจะมีผลที่เห็นชัดกว่าเครื่องไฟฟ้าอย่างอื่น เพราะทีวีมีหน้าจอที่ส่งคลื่นไฟฟ้าสถิตออกมา เมื่อวางตรงกับผู้นอนคลื่นไฟฟ้าก็จะไหลเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เจ้าคลื่นไฟฟ้าที่ว่านี้จะเข้าไปสะสมในร่างกายทำลายความสมดุลของขั้วบวกลบในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

แต่การจะเอาทีวีออกไปจากห้องนอนก็อาจจะขัดใจหลาย ๆ คน การตกแต่งอาจจะช่วยได้ เช่น การทำเฟอร์นิเจอร์ลักษณะตู้ที่มีช่องหน้าต่างที่เปิดปิดได้ เวลาดูทีวีจบก็ปิดช่องหน้าต่างคลื่นไฟฟ้าก็ไม่สามารถวิ่งมาถึงผู้นอนได้ หรือถ้าง่ายกว่านั้นอาจใช้ผ้าคลุมหน้าจอทีวีเอาไว้ก็ได้ แต่ถ้าจะเป็นการแก้ปัญหาจากต้นตอ ก็ใช้วิธีดึงปลั๊กทีวีออกเสียเลย ไฟฟ้าก็ไม่มีแล้ว

ยิ่งในปัจจุบัน มีทีวีจอบางพวก LCD ที่สามารถติดกับผนังห้องนอนได้ การวางตำแหน่งทีวีให้สูงกว่าการนอน คลื่นไฟฟ้าที่วิ่งออกมาจากหน้าจอเป็นแนวตรง ก็จะไม่โดนคนที่นอน ก็เป็นการหลีกเลี่ยงได้อีกวิธีหนึ่ง ตำแหน่งทีวีที่ดีถ้าจะเอามาไว้ในห้องนอน ก็คือ ตำแหน่งมุมห้องวางในลักษณะเฉียงกับห้องหรือวางด้านข้างเตียงก็ยังดีกว่าวางที่ปลายเตียง เพราะการวางลักษณะนี้คลื่นไฟฟ้าไม่สามารถเข้าร่างกายได้เต็มที่ จะเข้าได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

แต่คงต้องบอกกันก่อนว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการเอาทีวีไว้ปลายเตียง จะต้องเป็นทีวีที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น หรือตำแหน่งการวางทีวีอยู่ใกล้เตียงมากเกินไป ถ้าทีวีขนาดเล็กและอยู่ห่างจากเตียงมาก ผลกระทบในเรื่องแทบไม่มีเลย

ถ้าจะให้ผลดีกว่านั้น ผู้นอนควรออกกำลังกายทุกวัน เพราะการออกกำลังกาย ร่างกายจะมีการเคลื่อนไหวทำให้สลัดคลื่นไฟฟ้าสถิติที่อยู่ในร่างกายออกไปได้ ไม่มีการสะสม เพราะฉะนั้นใครที่อยากวางทีวีไว้ปลายเตียง ก็คงต้องฟิตร่างกายกันหน่อย นอกจากจะทำให้สุขภาพดีขึ้นแล้ว ยังได้วางทีวีในห้องนอนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดฮวงจุ้ยอีกด้วย…

Popularity: 26%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

เก้าอี้เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีในทุกบ้าน มีหลายแบบ หลายวัตถุดิบแตกต่างกันไป บ้างก็ทำจากหนัง บ้างก็ทำจากผ้า แล้วแต่ความชอบของแต่ละครอบครัว แต่ที่หลาย ๆ บ้านมักจะต้องมีคือเก้าอี้แบบสตูล ไว้ใช้ในพื้นที่จำกัด และเคลื่อนย้ายได้ ถุงผ้าเม็ดโฟม หรือที่เรียกว่า Beanbag จึงเป็นที่นิยมกันมาก เพราะเป็นเก้าอี้ที่นั่งดูสบาย ๆ เหมาะกับการผักผ่อน สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ยังทำได้หลายรูปแบบได้อีกด้วย
DIY. วันนี้ขอแจมทำ Beanbag อีกหนึ่งแบบมาให้คุณๆได้ทำใช้กันเองได้เลยDIY-Jul-BeanBag-01

  อุปกรณ์
1. ผ้าดิบสีดำ หน้ากว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 360 เซนติเมตร
2. ผ้าใบสีครีม 100 เซนติเมตร
3. ผ้าสักหลาด หรือผ้าสีแดง 100 เซนติเมตร
4. เม็ดโฟม 1 กิโลกรัม
(หาซื้อได้ตามร้านขายของพลาสติก หรือย่านสัมเพ็ง)
5. กรรไกร และอุปกรณ์การเย็บผ้า
6. ซิปขนาด 160 เซนติเมตร
 
  ขั้นตอนการทำ
1. ตัดผ้าทั้งหมดเป็น 6 ชิ้น ผ้าดิบสีดำ 5 ชิ้น และผ้าใบสีครีม 1 ชิ้น ขนาด 48 เซนติเมตร
2. ตัดผ้าใบสีครีม และสีแดง เป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร วงสีแดง 10 วง วงสีครีม 11 วง
3. นำวงกลมสีแดง ติดลงบนผ้าใบสีครีม 1 วง ไว้ตรงกลาง โดยปักขอบแบบทำรังดุมห่างๆ โดยรอบ
4. จากนั้นปักวงสีแดงที่เหลือลงบนผ้าดิบสีดำผืนแรกปัก 4 วง ผืนที่ 2 ปัก 5 วง ให้วางเรียงแบบลูกเต๋า
5. แล้วนำวงกลมสีครีมปักแบบเดิม โดยที่ผืนแรกติด 3 วง ผืนที่ 2 ติด 3 วง ผืนที่ 3 ติด 6 วงตามลำดับ วางเรียงแบบลูกเต๋า

 

6. หันผ้าด้านผิดขึ้น แล้วเย็ยผ้าดิบสีดำ 5 ชิ้นติดกัน ให้ริมผ้าเท่ากับ 1.5 เซนติเมตร  โดยเริ่มเย็บจากปลายบนและล่าง  แล้วเย็บย้ำที่ปลายให้แน่น จากนั้นให้เย็บติดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม
7. จากนั้นเย็บผ้าใบสีครีมติดซิปทั้ง 3 ด้านของผ้า และเย็บติดเข้ากับผ้าดิบสีดำที่เย็บเป๋นสี่เหลี่ยมไว้แล้ว
8. เปิดซิปพลิกกลับเอาด้านถูกออก ใส่เม็ดโฟมลงไป แล้วปิดซิป

DIY-Jul-BeanBag-02   DIY-Jul-BeanBag-03

Tips   : ควรเลือกใช้ผ้าที่ทนทาน และเนื้อแน่น เพื่อความคงทน   

Popularity: 22%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
รองศาสตราจารย์เอกชาติ จันอุไรรัตน์Untitled-2

..ในยุคที่เทคโนโลยีติดต่อสื่อสื่อสารเจริญก้าวหน้าในชั่วพริบตา ขณะที่สภาวะแวดล้อมของมลพิษในท้องถนนภายนอกที่เต็มไปด้วยผู้คนสัญจรแออัดทั้งเช้า กลางวัน เย็น ราคาน้ำมันขึ้นให้เห็นรายวันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กระทั่งการเสียเวลาและโอกาสในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฝนตกรถติดที่เลอะเทอะเฉอะแฉะ นักธุรกิจทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่หลายท่านจึงหันมาใช้สถานที่ที่บ้านปรับปรุงต่อเติมเป็นที่ทำงานในปริมาณสูงขึ้นเท่าตัว จนเกิดกระแสโฮมออฟฟิศที่มีการปรับปรุงบ้านให้เป็นสถานที่ทำงาน ขณะเดียวกันสำนักงานเองก็มีความพยายามตกแต่งสร้างสรรค์บรรยากาศออฟฟิศให้เป็นเหมือนบ้าน มีทั้งห้องนั่งเล่น พักผ่อน สันทนาการ และนอนค้างคืนเป็นครั้งคราวยามเมื่อราวต้องเร่งปั่นงานด่วน

หากพิจารณาอย่างผิวเผินในการใช้พื้นที่ระหว่างคำสองคำ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันนัก แต่พอเอาเข้าจริง ๆ พฤติกรรมและฟังก์ชั่น การแบ่งแยกสัดส่วนการใช้งานนั้นดูเหมือนจะมีความสำคัญที่ต้องใส่ใจพอสมควรเลยทีเดียวเลยละครับ ขณะที่เมื่อบ้านพักอาศัยสำหรับกิจกรรมในครอบครัวที่พื้นที่ใช้งานและพฤติกรรมส่วนใหญ่ถูกใช้อยู่กับความเป็นกันเองง่าย ๆ ใส่เสื้อยืด กางเกงแพร หรือขาสั้น นั่งไขว่ห้างในห้องรับแขกกลับต้องหันมาแต่งองค์ทรงเครื่อง ผูกเนคไท ใส่รองเท้าหนังและดัดแปลงพื้นที่บางส่วนให้เป็นสำนักงานขนาดย่อม มีลูกค้าเข้าออกติดต่ออยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ยกเว้นผู้ที่รับจ็อบเป็นชิ้นอยู่บ้านเมื่อเสร็จงานแล้วค่อยนำไปส่ง หรือผ่านทางระบบสารสนเทศ

Untitled-4ขณะที่บางสำนักงานก็พยายามดึงดูดอารมณ์พนักงานเพื่อสร้างความรู้สึกให้ไม่ต่างจากบ้านมากเท่าไหร่นัก เพื่อรักษาสัมพันธภาพความใกล้ชิดสนิทสนมกลมกลืนราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ทั้งเลี้ยงอาหารกลางวัน ออฟฟิศแอ็ดเวอร์ไทซิ่งกับงานโรงพิมพ์ซะส่วนใหญ่

กลับมาที่การปรับเปลี่ยนบ้านเป็นสำนักงานกันดีกว่าครับ ว่าน่าจะต้องมีข้อควรระวังอะไรบ้างที่น่าจะเป็นปัญหาทั้งระยะสั้นและยาว ขณะที่บ้านของท่านพื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ถูกออกแบบไว้เป็นที่พักอาศัยสำหรับครอบครัว บางโครงการพอมีส่วนทำงานเป็นห้องส่วนตัวเล็ก ๆ ไม่ใหญ่นัก ซึ่งหากไม่มีพื้นที่เพียงพออาจยอมเสียสละกันพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับเป็นส่วนทำงานที่สามารถรับแขกหรือลูกค้าได้บ้างเป็นครั้งเป็นคราว ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์และแนวทางลักษณะการออกแบบจัดวางของทั้งสองประเภทจำเป็นต้องมีแนวทางการจัดวางที่ต้องระมัดระวัง เพื่อแยกแยะระหว่างความเป็นครอบครัว ส่วนตัว และสถานะความเป็นงานเป็นการ และสร้างความน่าเชื่อถือสำหรับลูกค้าที่มาติดต่อไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัดปะปนและเห็นสภาพความเป็นอยู่และรกรุงรังของสมาชิกครอบครัวภายในบ้าน โดยเฉพาะท่านที่มีลูกมีหลานวิ่งเล่นเต็มบ้านไปทั่ว

สถานการณ์ดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นปัญหาใหญ่เท่าไหร่นักสำหรับเจ้าของบ้านบางท่านที่มีลูกค้าเป็นที่คุ้นเคย รู้จัก หรือว่าเป็นเพื่อนสนิท แต่สำหรับลูกค้าใหม่ที่มาติดต่อบางรายแล้วอาจรู้สึกอึดอัดขัดเขินและรุกล้ำเข้ามาในอาณาบริเวณเขตพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวของบ้านที่ไม่คุ้นเคย อาจรู้สึกขัดเขินและเกิดความตะขิดตะขวงใจในการเจรจาต่อหน้าภรรยา สามี ลูก ๆ ที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างสนุกสนาน หรือคุณแม่บ้านกำลังวุ่นวายกับการทำกับข้าวหรือทำความสะอาดบ้าน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้อาจมีผลต่อความเชื่อมั่น การเจรจาธุรกิจการงานและความสำเร็จเลยทีเดียว ฉะนั้นเจ้าของบ้านท่านใดที่กำลังมีปัญหาอยู่ในกรณีดังกล่าวอาจต้องมีกลวิธีการปรับพื้นที่ให้เข้ากับกิจกรรมกันบ้างตามความเหมาะสมของแต่ละสถานการณ์เลยละครับ

ข้อแนะนำ การสร้างสำนักงานในบ้าน

สรรหาที่จอดรถที่ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน หลีกเลี่ยงทางเข้าสำนักงานโดยผ่านห้องนั่งเล่น เข้าทางประตูเล็กผ่านสวน เปิดมุมมองของวิวสนามหน้าหรือข้างบ้านด้วยกระจกบานใหญ่ หากห้องเล็กเกินไปใช้กระจกเงาช่วยสะท้อนห้องและสวนนอกบ้าน จัดโต๊ะเก้าอี้และที่รับแขกแบบไม่เป็นทางการและอาจมีระเบียงเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ถ้าเป็นไปได้ควรมีห้องแพนทรี่ข้าง ๆ พร้อมห้องน้ำเล็ก ๆ อยู่ใกล้และไม่ปนกับสมาชิกครอบครัว

Untitled-1 Untitled-5

ในกรณีของทาวน์เฮาส์แนะนำให้ทำบันไดขึ้นสู่ชั้นลอยหรือชั้น 2 โดยตรงจะได้ไม่ต้องสับสนกับทางเข้าบ้านหลัก โดยมีทางขึ้นแยกต่างหากและตกแต่งให้มีคาร์แรกเตอร์เฉพาะของบริษัท โดยอาจติดป้ายชื่อหรือโลโก้บริเวณประตูทางเข้าสร้างความโดดเด่นความเป็นออฟฟิศให้รู้สึกติดตาและโลดแล่นออกมาจากรูปแบบของตัวบ้าน ก็น่าจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าจดจำได้ง่าย

หากเป็นลักษณะคอนโดฯ โชว์พื้นที่สำนักงานไว้ด้านหน้า หาพาร์ทิชั่นไว้กั้นแบ่งส่วนแบบไม่ต้องแยกแบบขาดด้วนมิดชิดจนเกินไปจะทำให้รู้สึกอึดอัดและขัดใจเหมือนมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นเนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ ใช้โต๊ะอาหารให้เป็นประโยชน์ทั้งปรึกษาหารือ รับแขกพร้อมแทรกกาแฟและเครื่องดื่มเป็นระยะขณะเวลาพูดคุยงานเผื่อพื้นที่สำหรับวางโน้ตบุ๊ค แยกแยะเครื่องแต่งกายระหว่างเวลาทำงานและเวลาอยู่บ้าน หรือไม่ก็หาชุดที่ดูลำลองเป็นกลางที่สร้างความเป็นกันเอง

Untitled-3 ข้อพึงระวังสำหรับออฟฟิศกับบ้านอยู่ในที่เดียวกัน

หลีกเลี่ยงป้องกันเรื่องเสียงรบกวนซึ่งอาจส่งผลต่อสมาธิการทำงาน แยกแยะให้ออกระหว่างเมื่อต้องเดินออกจากบ้านเข้าสู่ที่ทำงาน และในทางกลับกัน และที่สำคัญการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขทั้งในที่ทำงานและที่บ้านต้องอาศัยวิจารณญานส่วนบุคคลที่จะรู้จักแบ่งภาคออกเป็น 2 ส่วน ไม่ว่าจะมีออฟฟิศอยู่ในบ้านหรือแยกส่วนต่างหากกันก็ตาม แบ่งปันให้ดีระหว่าง 8 ชั่วโมงของการทำงาน 8 ชั่วโมงของการพักผ่อน ส่วนที่เหลือ 8 ชั่วโมงอันน้อยนิดให้เป็นกิจกรรมทางครอบครัว สังคม ญาติ เพื่อนฝูง แล้วอย่าลืมแบ่งเผื่อให้กับตัวเองด้วยล่ะกันครับ…

Popularity: 28%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google